อาจารย์ย่ามแดงครับ

ผมสนใจเรื่อง กระบวนการ dialogue  หรือ สุนทรียสนทนา

  • คนที่มีความรู้เหมือนกัน คิดคล้ายคลึงกัน คุยกัน ความรู้ไม่ค่อยงอกเงยหรอกครับ
  • ต้องคนที่มีความรู้ต่างกัน คิดต่างกัน พื้นฐานต่างกัน คุยกัน จึงจะขับเคลื่อนความรู้ในมุมมองใหม่ๆออกมาได้ ต่างคนต่างเติมความรู้และมุมมองใหม่แก่กันได้

แต่การจะเกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้ จะต้องประกอบด้วย
- ผู้พูด ผู้แสดงความเห็นความรู้สึก ต้องแสดงออกอย่างจริงใจ รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนพูด เปิดเผยเรื่องราวและตัวตนอย่างไม่ปิดบัง ด้วยความไว้ใจผู้ฟัง
- ผู้ฟัง ต้องยอมรับ รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น หน่วงหรือยั้งความคิดเดิมของตนเองไว้ ไม่ขัดจังหวะ ตัดสินหรือปฏิเสธผู้กำลังพูด ลองคิดตามเขาในมุมมอง บริบทของผู้พูด
- บรรยากาศ ผ่อนคลายและไว้วางใจกัน ทุกคนได้แสดงความคิดความรู้สึกตนเองอย่างเท่าเทียม เชื่อมั่นในกลุ่มสนทนาว่าเราจะประคับประคองกลุ่มของเราไปให้ถึงที่สุด

ผมอ่านเนื้อความในบันทึกของอาจารย์เรื่องเจ้าแม่ลิ้มโกเหนี่ยว เห็นคำขออภัยของอาจารย์เมื่อรู้สึกว่าเรื่องราวจะกระทบความรู้สึกผู้อื่น อ่านความเห็นของอาจารย์อัสสะกอมีที่ให้ข้อเสนอแนะและแสดงความเห็นในมุมมองที่แตกต่่างอย่างสุภาพ ผมว่าสิ่งนี้แหละครับ คือความงามของ..blog แตกต่างจากกระดานข่าวทั่วไป

ผมอ่านตำนานเจ้าแม่ลิ้มโกเหนี่ยวมาตั้งแต่เด็ก ผมอ่านข้อมูลการค้นพบทางประวัติศาสตร์เมื่อโตขึ้น ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไม่ได้ทำให้ผมเสื่อมศรัทธา"ผู้หญิงคนหนึ่ง" คนนี้ หรือเลิกเชื่อตำนานเรื่องนี้ ผมยังเห็นคุณค่าการปลูกฝัง..ความกตัญญูรู้คุณคนและแผ่นดิน ผ่านตัวละครทั้งหญิงและชายในตำนานที่สนุกสนานน่าติดตามเรื่องนี้ แต่ผมก็มีมุมมองที่กว้างขึ้น เข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของเรื่องราวเดียวกันมากขึ้น ตื่นเต้นไปกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบ

ด้วยความเคารพ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่อาจารย์จะลบบันทึกเรื่องนี้ มันเหมือนเรารับฟังกันไม่ได้ เลยต่างคนต่างเงียบกันไป แต่อยากจะสนับสนุนให้อาจารย์ช่วยอ้างอิงถึงต้นเรื่องที่มาของตำนาน และมีผู้รู้นำเรื่องและมุมมองที่แตกต่างไป มาเสนอไว้เทียบเคียงกันอย่างเปิดเผยตัวตนและที่มา แล้วปล่อยให้ผู้อ่านคิดตรึกตรองเอาเอง ลองหน่วงความรู้ความคิดเดิมของตนเองไว้ก่อน อย่าเพิ่งปฏิเสธ ตััดสินผู้อื่นไปก่อนจะรับฟัง ความรู้ใหม่และปัญญาจึงจะผุดพรายขึ้นในตัวเราครับ

ในสุนทรียสนทนา กลุ่มไม่จำเป็นต้องมีข้อสรุปก็ได้ สมาชิกแต่ละคนจะมีอะไรเก็บไปคิด ไปสรุปของตนเอง
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์หรอกครับว่า ข้อเท็จจริง คืออะไร เพราะที่เราโกรธ ทะเลาะ ทำสงครามกันไม่จบไปทุกหนทุกแห่งปัจจุบันนี้ ก็เพราะ ความพยายามที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ตัวฉัน
เท่านั้น ที่ถูกต้อง

ครอบครัวผมเป็นคนไทยเชื้อสายจีนในปัตตานี ที่มีเพื่อนบ้านเป็นมุสลิม ในแต่ละเทศกาลของเรา เราก็ร่วมแสดงความความปรารถนาดีให้แก่กัน ขนม ข้าวเหนียว ผลไม้ ส่งถึงมือกัน  ..ผมเคยเห็นบทเพลงกล่อมลูกของพี่น้องมุสลิมยังกล่าวถึงการไปเที่ยวงานพระธาตุเมืองคอนเลยครับ