จะว่ายุ่งยากก็ว่ายุ่งยาก จะว่าง่ายก็ง่ายครับ

ที่ว่ายุ่งยากคือ ถ้าใครมีนิสัย (สันดาน) แบบผมก็จะยุ่งยากหน่อย คือทำอะไรต่ออะไรก็จะไม่ค่อยถูกจัดเข้าพรรค เข้าพวก เพราะไม่ค่อยเดินตามวัฒนธรรม ตามถนน ตามสายของเขา

แต่ถ้าหากจะใช้ชีวิตนักวิชาการที่ง่าย ก็สบายมากครับ ก็แค่เดินตามเส้นที่เขาขีดไว้ ทำอย่างที่เขาทำ ๆ กัน เขาทำอะไรก็ทำไปอย่างนั้น ทำตัวเองให้สบาย อย่าไปสร้างปัญหาให้กับตัวเอง แล้วเขาก็จะเขาพรรค เขาพวกกับเขาได้

เขียนหนังสือ ทำผลงานให้หรูหน่อย พูดอะไรต่ออะไรให้ดูยาก ๆ ขึ้นอีกนิด วางแผนผัง สร้างไดอะแกรม ใช้ศัพท์แสลงที่ต้องแปลไทยเป็นไทย ทำอะไรให้ออกมาเป็นข้อ ๆ ตามหลัก ตามวิชาการของผู้เชี่ยวชาญที่มีตาสีน้ำข้าวหรือไม่ก็มียศ มีฐานะ มีตำแหน่งอย่างน้อยก็มี ดร. นำหน้า

ถ้าเขียนเป็นข้อ ๆ แล้วบรรยายตามเขาได้ก็ได้ชื่อว่าเป็น "นักวิชาการ"

แต่คนหัวดำ มีตาดำออกสีน้ำตาล แล้วมีคำหน้าชื่อว่านาย นาง หรือนางสาว จะคิดจะทำอะไรก็ลำบากหน่อยถึงลำบากมาก เพราะคำพูดไม่มีน้ำหนัก ความคิดเบาเหมือนปุยนุ่น พูดอะไรออกมาก็ผิด มีความคิดขัดแย้งก็กลายเป็นคนหัวดื้อ หัวรั้น ดังนั้นถ้าอยากเป็นนักวิชาการก็ต้อง "ตามน้ำ" ถ้าไม่รู้จักตามน้ำก็คงจะต้องไปเป็นนักเดินทางทางน้ำอย่างท่านว่า เพราะดูว่าจักสบายกว่ากันเยอะ

แต่ต้องระวังสักเล็กน้อย เพราะถ้าเราไม่จัดอยู่ในกลุ่มนักวิชาการแล้วนักวิชาการจะจัดเราว่าเป็นพวก "ชาวบ้าน" ที่นักวิชาการนิยามว่าเป็นกลุ่มคนที่ด้อยการศึกษา และเป็นกลุ่มคนที่มี "ปัญหา" ที่กำลังรอความรู้จากนักวิชาการเข้าไป "จัดการ"

แต่ตอนนี้ผมกลับเชื่ออย่างหนึ่งว่า คนที่นักวิชาการเรียกว่า "ชาวบ้าน" ที่อยู่ในชุมชนนั้น ท่าทางจะรู้หลักการและทฤษฎีอะไรต่าง ๆ มากกว่านักวิชาการแล้ว

เพราะนักวิชาการจำนวนมาก ต่างก็นำทฤษฎี หลักการ เทคนิคที่ตัวเองคิดว่า "เจ๋ง" ลงไปจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก หลายองค์กร หลากมหาวิทยาลัย

ในเวลาที่นักวิชาการก็ยังติดอยู่กับทฤษฎีหรือหลักการของตัวเอง ชาวบ้านที่ถูกนักวิชาการมองว่าต่ำต้อย กลับเปิดใจเรียนรู้ทฤษฎีต่าง ๆ มากมายจากหลากหลายนักวิชาการ

เป็นชาวบ้านทั่วไปก็น่าสนุกดีครับ เพราะมีนักวิชาการมาทดลองทฤษฎี หลักการ ความรู้อะไรต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ ไม่ต้องไปเดินทางไปเรียน หรือไปเสียค่าเล่าเรียนให้มากมายอย่างนักวิชาการ อยู่บ้านดี ๆ ก็มีคนมาสอนทฤษฎีให้ฟรี ๆ

อ้อ... ไม่ฟรีสิ เพราะเขาได้งบประมาณจากวิจัยหรืองบประมาณการพัฒนาคนที่มีปัญหาอย่างเรามาจากรัฐบาลและมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

จบท้ายความคิดเห็นนี้จึงขอสรุปสั้น ๆ ต่อเติมจากคุณ naree suwan เพิ่มเติมว่า

เป็นนักวิชาการนี่ยุ่งยาก ดังนั้นขอเป็นแค่ "ชาวบ้าน" ก็คงพอแล้ว