การเรียนในระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการเรียนรู้ทางเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ฝึกฝนให้ข้าพเจ้ามี Professional Competency ทางด้าน Learning Innovation Areas & Academic Writing Skills หากพิจารณาตามมุมมองของคนทั่วไปแล้วก็คงจะคิดว่าเป็นหลักสูตรปริญญาเอกทางการศึกษาหลักสูตรหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้พบว่า การฝึกความเป็นมืออาชีพและมีความเป็นเลิศด้านการวิจัยแบบ Multidisciplinary ด้วยการบูรณาการศาสตร์ทางการศึกษากับเทคโนโลยี ในบริบทที่แตกต่างตามการออกแบบงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาเอก จุดเน้นที่สำคัญก็คือ Achievement  โดยเงื่อนไขการจบของหลักสูตร นักศึกษาปริญญาเอกจะต้องนำเสนอผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ (International Conference) ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาผลงานอย่างเข้มข้น (Peer-reviewed) อย่างน้อย 2 เรื่อง และจะต้องได้รับการตีพิมพ์บทความวิจัย ประเภท Full-length Research Paper ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ (International Journal) ที่มีค่า Impact Factor มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูล ISI หรือกล่าวได้อีกอย่างก็คือ งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วต้องปรากฏบน www.sciencedirect.com ของ Elsevier บนฐานข้อมูล Scopus หรือ ERIC นับว่าเป็นงานที่ยากและต้องพิสูจน์ความเป็น Ph.D. ออกมาอย่างแท้จริงแต่สิ่งที่มิอาจลืมเลือนได้เลยนั่นคือ กระบวนการเรียนรู้ ที่มาจากการทำวิจัยอย่างเข้มข้น การค้นคว้าทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การใช้ความเชี่ยวชาญในหลักสถิติ การออกแบบงานวิจัยที่ถูกต้องตามหลักสากล รวมถึงทักษะการเขียนบทความทางวิชาการในรูปแบบภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าเองยอมรับว่า ก่อนเรียนแทบไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Academic Writhing Skills มาก่อนเลย แต่กาลเวลานำพาให้ข้าพเจ้าต้องหมั่นฝึกฝน ฝึกซ้อม พัฒนาองค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบัน ข้าพเจ้าเอง มี บทความวิจัยที่ได้รับการตอบรับในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ จำนวน 1 เรื่อง และ อยู่ในช่วง Peer-reviewed อีก 1 เรื่อง บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่อยู่ในฐานข้อมูลของ สกอ. จำนวน 11 เรื่อง แบ่งเป็น บทความวิจัย 7 เรื่อง และบทความวิชาการอีก 4 เรื่อง  และ การนำเสนอผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ และระดับชาติอีก 25 เรื่อง รวมแล้ว 38 เรื่อง ทั้งหมดนี้คือ Achievement ของการได้ศึกษาต่อในหลักสูตรนี้ ทุกท่านสามารถเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลบทความของข้าพเจ้าได้ที่ http://www.kmutt.ac.th/rippc/sedu37.htm

บุคคลที่มีคุณูปการแห่งความสำเร็จนี้ ข้าพเจ้าต้องขอน้อมจิตคารวะ Prof. Dr. Ravinder Koul  Professor of Curriculum & Instruction, Pennsylvania State University, Great Valley Graduate Center for Professional Studies ที่ได้สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จับต้องได้จริง ขั้นตอนและวิธีการแสวงหาองค์ความรู้ ได้อย่างยั่งยืน (Sustainable Development) หลักสูตรนี้ นับได้ว่ามีความแข็งแกร่งในทางวิชาการอย่างมาก เพราะ Dr.Koul เป็นอาจารย์ผู้สอน และยังมี Visiting Professor ที่มีความเชี่ยวชาญ มีชื่อเสียงในระดับโลกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมานำเสนอองค์ความรู้ในรูปแบบของ Seminar, Colloquium, Workshop ซึ่งหาได้ยากมากในประเทศไทย รวมถึงคณาจารย์ประจำที่เต็มไปด้วยคุณวุฒิ ผลงานทางวิชาการระดับโลก ค่าเล่าเรียนเมื่อเทียบกับ ระดับปริญญาเอก ด้วยกันนับว่าถูกมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะประมาณได้ อาจจะเรียกแนวคิดนี้ตามนักเศรษฐศาสตร์ของโลก Michael Porter “Maximize profit and minimize cost” ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพราะข้าพเจ้าอยากจะนำเสนอรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาเอกที่มุ่งเน้นการทำวิจัยอย่างเข้มข้น ผลที่ได้รับก็คือ ประเทศของเราจะได้มีนักวิชาการที่สามารถทำงานวิจัยได้อย่างมืออาชีพ การเผยแพร่ผลงานวิชาการในระดับนานาชาติ ตรงจุดนี้จะสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการวิจัยให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี เมื่อถึงเวลานั้นประเทศไทยก็จะสามารถแข็งขันบนเวทีโลกได้อย่างสมความภาคภูมิและยั่งยืน