หลวงพี่

  • งานแต่ละเรื่องมีกรอบ แนวทาง และปัญหาการวิจัยของมันอยู่แล้ว
  • ตอนสอบโครงร่างอาจารย์ ประธานสอบ อาจารย์สอบจะคุยกันและแสวงหาแนวทางที่ควรจะเป็นระหว่าง และคุยกับที่ปรึกษาของนิสิตแต่ละท่านว่ากรอบอยู่ตรงไหน ต้องการจะไปไหน ผลจะได้อะไร เรือ่งเหล่านี้ จะคุยกันเฉพาะในกลุ่มของอาจารย์และที่ปรึกษา 
  • ที่ปรึกษาจะรู้หมดว่างานของนิสิตจะไปทางไหน เพราะได้คุยกันนอกรอบมาแล้ว
  • นิสิตบางท่านจะยึดมั่นทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี แต่คณาจารย์ ๕ ท่านซึ่งมีประสบการณ์จะเห็นว่า ดีจริงหรือไม่
  • เมือ่นิสิตเห็นว่าดี และทำได้ ก็จะเถียงหัวชนฝาว่าทำได้ และไม่ยอมที่จะปรับปรุง เพื่อให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
  • จากประสบการณ์ จะเปิดโอกาสให้นิสิตแต่ละท่านนำเสนอ แต่สิ่งที่อยากจะทำกับความเป็นจริงต่างกัน
  • กรรมการจะแชร์ และแบ่งปันความเป็นไปได้หรือไม่
  • การสอบคือการมาแชร์ และแบ่งปันองค์ความรู้ ว่า เป็นไปได้ มีประโยชน์ เพื่อหาแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดระหว่างนิสิตและกรรมการ
  • มาตรฐานกลางคืออะไร ผมตอบไม่ได้หรอกครับ แต่ที่ผมตอบได้คือ "การแลกเปลี่ยนข้อมูล" การพูดคุยกัน เพื่อหาทางออก หรือทางเลือกที่ดีที่สุดระหว่างนิสิต อาจารย์ที่ปรึกษา และกรรมการสอบ
  • แต่ที่ผมเห็น "นิสิต" จะเคร่งเครียด เอาเป็นเอาตาย จะยึดของตัวเองอย่างเดียวโดยไม่ยอมที่จะแลกเปลี่ยน และปกป้องสิ่งที่ตัวเองทำ
  • บางท่านมองว่า การสอบไม่ผ่านคือ "ตก" ไปคิดว่าได้และตก แต่ความจริงคือการสอบคือการทดสอบ การอธิบายให้กรรมการฟังถึงความเป็นไปได้ หากไม่สมบุรณ์กรรมจะช่วยกันดู เื่พื่อเติมเต็ม แต่การเถียงหัวชนฝา เพื่อเอาตัวเองให้รอด ไม่ได้ทำให้บรรยากาศของการเป็นไปในเชิงบวก  สุดท้ายก็เอาตัวไม่รอด
  • ผมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหลวงพี่ หลังจากได้ทำหน้าที่เหล่านี้มาหลายปี  และหลังๆ ผมไม่คอยยอมเป็นที่ปรึกษาของนิสิต และไม่ค่อยจะปรารถนาเป็นกรรมการสอบ เพราะวัฒนธรรมของการสอบในปัจจุบันไม่ค่อยเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเหมือนในอดีตที่ผมเคยเป็นอาจารย์มา
  • ด้วยเมตตา