ดิฉันจบปริญญาตรีเกษตร เรียนมาด้วยใจรัก ได้ไปบรรจุทำงานครั้งแรกในโรงเรียนมัธยม อยู่ได้ไม่กี่ปีอาคารปฏิบัติการเกษตรถูกรื้อถอน แทนที่ด้วยสระน้ำพุสวยงาม บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำถูกแทนที่ด้วยอาคารสมาคมศิษย์เก่า แปลงเกษตรถูกเปลี่ยนเป็นสนามกีฬา... หลายปีต่อมาดิฉันย้ายไปสอนอีกจังหวัดหนึ่ง โรงเรียนตั้งอยู่ในชนบทกลางทุ่งนา นักเรียนเป็นลูกชาวนา 99% แต่พบว่าอาคารเรียนเกษตรมีสภาพชำรุดโครงเหล็กหลังคาแอ่นลงมา ไม่รู้จะยุบตัวลงมาตอนไหน น้ำฝนรั่วลงมายามหน้าฝน ไม่มีการใส่ใจจากผู้บริหาร เขาส่งเสริมให้นักเรียนเรียนสายพาณิชย์มากกว่าเกษตร...ต่อมาดิฉันโอนไปรับราชการในมหาวิทยาลัยท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ก็ได้พบว่า มหาวิทยาลัยกำลังจะรื้อถอนอาคารภาควิชาเกษตรเพื่อสร้างอาคารสำนักงานอธิการบดี และแปลงเกษตรกำลังจะถูกเปลี่ยนเป็นสนามกีฬา...(อีกแล้ว!!) จากนั้นดิฉันกลับไปศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยที่จบมา..พบว่าชะตากรรมไม่แตกต่างกับสถาบันที่พบมา แปลงเกษตรที่เหล่านักศึกษาในอดีตเคยร่วมแผ้วถางกลายเป็นถนนหนทาง สิ่งก่อสร้าง และอาคารของคณะอื่นๆ กำลังเบียดรุกเข้ามายังพื้นที่ของคณะเกษตร..ดูเหมือนว่าคณะเกษตรและบรรดาสิ่งปลูกสร้างจะค่อยๆกลับกลายเป็นสิ่งน่ารังเกียจในมหาวิทยาลัยอันโอ่อ่าตระการตา..อนาคตอาจต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น...ดิฉันได้แต่ปลงอนิจจังว่า... ชะตากรรมของการเรียนการสอนสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ไม่แตกต่างกันตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงอุดมศึกษา..รึว่ามันเป็นสัญญาณแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทยว่ากำลังก้าวพ้นจากยุคเกษตรกรรม.....