ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแลกเปลี่ยนครับ

เรื่องคอรัปชั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก ครับ บ้านเรา มือถือสากปากถือศิลเรื่องนี้มานาน ถ้าจริงจังได้ก็จะดีมากครับประโยชน์จะได้ตกอยู่กับประชาชน ไม่ใช่พอองค์กรอิสระทำอะไรไม่ถูกใจนักการ้มืองก็จะแก้กฎหมาย ก็จะมีม๊อบมาเผา ก็จะมาอุ๋มฆ่าผู้พิพากษาบ้าง อย่างนี้บ้านเมืองจะอยู่ยังไง

เรื่องสินค้าญี่ปุ่นมีทั้งหลายความเห็นครับ

 แม้แต่ผู้บัญชาการที่บ้านผม[ภรรยา] ผมก็มองว่าการตีข่าวแบรนด์ญี่ปุ่นมีปัญหาเป็นเกมส์การดิสเครดิตของประเทศตะวันตกครับ  อย่างไรก็ตามมีรุ่นน้องคนหนึ่งเคยเล่าให้ผมฟังว่า เค้าเคยทำงานอยู่บริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นด้านไอที  ซึ่งมีสไตล์การทำงานแบบญี่ปุ่นเป๊ะเลยครับ  คือเชื่อฟังหัวหน้าเคร่งครัด ขัดไม่ได้ แต่ปรากฎว่า เวลาประชุม เอ็มดีใหญ่ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นอายุมาก ไม่รู้จักFacebook ซึ่งเป็น เว๊บไซต์ที่อยู่ในกระแสมากๆ ทางด้านไอที สิ่งนี้สะท้อนอะไร หรือเปล่าครับ

ในกระแสของความเปลี่ยนแปลงเราต้องเปลี่ยนอยู่ตลอด ขอโทษครับที่ไม่ได้เขียนเล่าให้ฟังในตอนแรก นี่เองเป็นสิ่งที่อยากเล่าให้ฟังครับ เราจำเป็นต้องปรับตัวอยู่เสมอ ไม่งั้นตามไม่ทันครับ นี่เองสไตล์การทำงานแบบญี่ปุ่น อาจจะต้องมีการปรับตัวด้วยครับ

ส่วนเรื่องนิสิตติดเกมส์นั้นเป็นปัญหาที่มีมานานครับ อาจจะเป็นความจริงที่ผมพบเอง ผมเลยพยายามสะท้อนปัญหาออกมาครับ แต่อาจจะไม่ได้เกิดกับทุกคน โดยเฉพาะในบริเวณมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่ก่อนมาเรียนต่อ  มีร้านเกมส์ เปิด24 ชั่วโมง แถมมีบริการห้องอาบน้ำ สั่งอาหารบริการถึงโต๊ะคอมพิวเตอร์เลยครับ สิ่งนี้นำมาซึ่งความกังวล เพราะ เคยถามนิสิต ที่เข้ามาสัมภาษณ์ทุนรียนต่อปรากฎว่า เป็นนิสิตที่เคยเรียนดีครับ แต่พอติดเกมส์ เกรดเหลือ หนึ่งกว่าๆ ถามเค้าว่าเล่นเกมส์ว้นละกี่ชั่วโมง เค้าก็ตอบอย่างอายๆ ว่า 25 ชั่วโมง เพราะวันที่นิสิตไม่ได้เรียนเค้าก็ อนู่ร้านเกมส์ทั้งวันครับ น่าเสียใจแทนพ่อแม่เค้าครับ

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นทั้งหมดเป็นอย่างนี้นะครับ เพราะเพื่อนผมเองที่เป็นเซียนคอมพิวเตอร์ก็อาศับความสนใจส่วนตัวทางประวัติศาสตร์ มาออกแบบเกมส์ขายเหมือนกัน คือเกมส์บางกระจัน ครับ

และน้องๆ วัยรุ่นที่เรียนที่นี่ก็เคยรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เปิดบริษัทขายข้าวส่งออกเหมือนกันครับ  ทั้งๆที่พึ่งจบปริญญาตรีแท้ๆ ชนิดที่เรียกว่าผมทึ่งในความสามารถเลยล่ะครับ ผมเองก็ไม่แน่ว่าจะทำได้แบบเค้าด้วยครับ555

ลูกศิษย์ ผมอีกคนหนึ่งผมทึ่งมาก เพราะเด็กคนนี้หัวปานกลาง แต่มีความเพียรเป็นเลิศ ตอนที่ผมสอนกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมืองนั้น บังเอิญ เป็นช่วงเกิดประเด็นเขาพระวิหาร เค้าใช้ความสนใจส่วนตัว ทำเอกสารรายงานคืนเดียวร้อยกว่าหน้ามาส่งผม ลูกศิษย์ ผมคนนี้ ผมจำจนตายไม่มีวันลืมครับ ชื่อยุทธการ หรือตี้ 

วัยรุ่นนั้นเป็นวัยที่มีพลังในตัวเอง ถ้าใช้ถูกทางก็เป็นคุณใช้ผิดก็เป็นโทษครับ เราได้แต่สอนครับ แล้วก็บอก ถ้าเค้าเชื่อแล้วเอาไปทำเราก็ดีใจครับ แต่อย่างไรก็ตามช่วงห้าปีที่ผมสอนหนังสืออยู่นั้นเป็นช่วงที่มีความสุขมากๆ ครับ หลายอย่าง ผมรู้ก็เพราะการเรียนรู้จากลูกศิษย์นี่เองครับ และที่สำคัญที่ผมต้องไม่ลืม คือ เราเห็นไฟในตัวเด็กๆ แล้วก็ดีใจครับ อยากเอาไฟในตัวลูกศิษย์แต่ละคนมาเติมไฟในตัวเองมากๆ ผมศรัทธาในตัวลูกศิษย์ผมทุกคน แล้วก็เชื่อมั่นว่าเค้ามีความพิเศษพอที่จะทำสิ่งดีๆ ได้ครับ

เรื่องละครไม่ใช่เฉพาะวัยรุ่นครับ ผมก็ติดเหมือนกัน แต่ผมดูเพื่อมาสอนเด็ก ครับ 555(ข้ออ้าง) อย่างเช่น ผมเอาเรื่องเขมรินทร์อินทิรามาเล่าให้ลูกศิษย์ฟัง หลังจาก สอนเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศภาคสงครมมจบครับ เพื่อชี้ให้เห็นโทษของสงคราม และผมเอาฉากในละครเรื่องนิราศสองภพมาใช้สอนให้เด็กๆ เห็นถึงความเจริญรุ่งเรื่องของอารยธรรมไทยสมัย อยุธยาครับ ตอนที่สอยวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายครับ เด็กๆ ชอบกันมาก ไม่รู้ ชอบเพราะตื่นตาตื่นใจหรือเล่าก็ไม่ทราบครับ555 นี่เองครับ เป็นสิ่งที่อยู่ในใจผมว่า ถ้าสื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ อย่างมีคุณภาพ คนในชาติก็จะได้ ประโยชน์ครับ

ทั้งหลายทั้งปวงเลยมารวมที่คำว่า ทุกอย่างต้องพอเหมาะพอสมครับ และต้องปรับตัวเสมอ และยืนยัยว่าเราเรียนรู้ได้จากทุกสิ่งรอบๆตัว ทั้งเรื่องร้ายและดีครับ

ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับคำอวยพรเรื่องการเรียนครับ จะพยายามให้ดีครับ