จำได้สมัยประถม ต้องท่องจำว่า
"ปัจจัย 4 มี อาหาร บ้าน เสื้อผ้า ยา"
จึงถึงบางอ้อแล้วว่า การพึ่งพา ยา(ทั้งยาคน ยาสัตว์ ยาพืช ลองนึกถึง วอลุ่มการตลาดโลกซิครับ)
ทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตมักง่าย ไม่ดูแลป้องกันตัวเอง ไม่พึ่งตัวเอง
เพราะ เชื่อโดยฝังใจว่า ถ้าเจ็บป่วยมา ก็พึ่งยา พึ่งหมอ แบบสำเร็จรูป
วงการแพทย์เมืองไทย ก็พูดถึงกันน้อยมาก กับการ ส่งเสริม และป้องกันสุขภาพ(เพราะ Conflic of interest)
คงเพราะ แพทย์ไทย ไม่เคยมีการสอน แบบองค์รวม จึงเน้นหนักแต่ การรักษา ตามตำราฝรั่ง
อีกส่วนหนึ่ง คงเพราะมีความรู้สึกว่า ได้ใช้ความรู้(ในกะลา ตำรามือสอง ที่ไม่ได้คิดเอง) ใช้ฝีมือ ใช้เทคโนโลยี่มือสอง(ไม่ได้คิดเอง)
ที่เริ่มเห็น วงการส่งเสริมสุขภาพดีขึ้น ในไม่กี่ปีมานี้ ก็ต้องยกความดีให้ สสส.และอาจารย์หมอผู้ใหญ่(ชราด้วย) ที่เข้าใจ เข้าถึง กล้าเปลี่ยนแปลง
แต่อีกส่วนหนึ่ง คงเพราะทานกระแสธรรมชาติบำบัดและแพทย์ทางเลือก จากฝรั่งหนังหมูไม่ได้ กลัวตกกระแส และตามเขาไม่ทัน นั่นเอง(วงการอาหารและเกษตร ก็ อินทรีย์ ปลอดสารเคมี)
สรุป เราจึงเป็นผู้ตามก้น ตลอดกาล
ถึงเวลาของไทยหรือยัง ทั้งที่มีสมุนไพร พืชพรรณ ธัญญาหาร มากมาย
มีสถานที่ดีๆ ศาสนสถานดีๆ มีผู้นำทางจิตวิญญาณที่ดี มากมายในการนำทาง
นี่คือจุดแข็งและจุดขาย ในการเป็นผู้นำโลก ด้านอาหาร และการแพทย์องค์รวม