คุณน้อง...

ฟังมาว่า ผู้ดีอังกฤษต้องดื่มชา ใครดื่มกาแฟจะถูกกล่าวหาว่าชนชั้นต่ำ...

ปรัชญาญี่ปุ่น มีเรื่องการดื่มชาอยู่ด้วย ทำนองว่า...

ศาลาดื่มชาจะมีประตูค่อนข้างเตี้ยกว่าปรกติ ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปภายในจะต้องค้อมกายลอดเข้าไป นั่นคือ จะต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน...

ภายในศาลา ไม่มีเครื่องประดับหลากหลาย จะมีเพียงแจกันซึ่งปักดอกไม้ และ/หรือ ใบไม้ไว้เพียงเล็กน้อย ซึ่งพอมองเห็นแล้วก็จะสัมผัสความมีชีวิตได้ เท่านั้น...

เตาไฟต้มน้ำร้อนกำลังเดือดปุดๆ นั่นคือ พลังแห่งธรรมชาติ...

เมื่อจะดื่มชาต้องยกมาจ่อที่ริมฝีปาก จะดื่มเลยไม่ได้เพราะน้ำร้อนจัด ความหอมของชาจะสัมผัสได้โดยฆานประสาททางนาสิก จะรู้สึกค่อยๆ สดชื่น เริ่มคลายความกังวลบางอย่างที่มีอยู่ภายในใจ..

ความร้อนของน้ำจะทำให้เราต้องค่อยๆ ดื่มเข้าไป เมื่อริมฝีปาก ลิ้น และลำคอ เริ่มสัมผัสความร้อนและรสชาติบางอย่างของชา จะทำให้เรื่องกังวลบางอย่างที่อาจยังหลงเหลืออยู่ภายในจิตใจค่อยๆ เลือนหายไป ...

ดื่มไปได้สัก ๒-๓ แก้ว จะเริ่มรู้สึกกระชุ่มกระชวย อารมณ์เริ่มแจ่มใส ส่วนหนึ่งจากฤทธิ์บางอย่างของชา ส่วนหนึ่งก็จากกระบวนการการดื่มชา ...

เมื่ออารมณ์แจ่มใส สดชื่น แล้ว เรื่องราวที่ก่อให้ความกังวล ความหนักใจ หรือปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาอยู่ก็จะค่อยๆ เริ่มเข้ามายังคลองความคิด และเริ่มมองเห็นแนวทางแห่งการแก้ปัญหา..

ถ้าสนใจเรื่องนี้ คุณน้องก็ไปหาคัมภีร์อ่านเอาเอง..

เจริญพร