นมัสการพระคุณเจ้า
ผมไม่ได้พูดถึงไปอย่างหนึ่ง ครับ คือ บางสาขาวิชานั้น มีองค์ความรู้ประเภท "ตายตัว" ครับ เช่น ประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ศาสนา หรือ แม้แต่คณิตศาสตร์ก็เถอะ
ที่ว่าเป็นความรู้ตายตัวก็เพราะว่า "เปลี่ยนแปลงไม่ได้" เช่น ตัว ก ข ค ....... ถึงยังไงๆ ก็ต้องเขียนอย่างนั้น อักษรกลางก็มี ๙ ตัว คือ ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ เราจะเพิมเป็น ๑๐ ตัว หรือลดลงเหลือ ๙ ตัวก็ไม่ได้ หรือ กฎว่า ประโยคสองส่วนก็ต้องมี ประธาน + กริยา ฯลฯ จะไปคิดสร้างสรรค์อย่างไรก็ลำบาก
โดยเฉพาะวิชาศาสนาแล้วยิ่งไปกันใหญ่ครับ พระศาสดาตรัสอย่างไร ก็ต้องเอาอย่างนั้น เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงต้องจำ เมื่อจะพูด ก็ต้อง "อ้าง" ความรู้เหล่านั้น
วิชาพวกนี้จึงมักจะ "ท่องจำ" กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ น่าเห็นใจจริง ๆ
ท่าน Kant จึงว่า ความรู้ที่ทดสอบแล้วจะเป็น "ความรูที่ติดแน่น หรือความเชื่อที่ติดแน่น" ก็หมายถึง "ความรู้ตายตัว"เหล่านี้ ความคิดของเขาเข้ามามีบทบาทต่อการจัดการศึกษาในประเทศต่างๆทั่วโลกที่ได้ส่งคนของพวกเขาไปเรียนรู้มา ซึ่งรวมทั้งไทยด้วย ครูจึงสอนให้ท่องจำกันตั้งแต่นั้นมา ต้องเดือดร้อนถึงนักปรั๙ญากลุ่ม Pragmatism ที่ต้องออกมา "แก้ไข" ว่า ไม่มีความรู้ตายตัวหรอก (เชิงประจักษ์นะครับ) ต้องทดสอบความรู้นั้นไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังแก้ไม่หาย ดังเช่นที่ อาจารย์ขจิต ฝอยทองบ่นพึมอยู่นั่นแหละครับ
พระคุณเจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย ครับ
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว