เมื่อวันที่ 26-27 ก.พ. นี้ มีโอกาสได้ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Enquiry-based learning ที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเป็นการจัดประชุมร่วมกันของคณบดีและหัวหน้าสถาบันการศึกษาพยาบาลศาสตร์ของรัฐ ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่เป็นอาจารย์พยาบาลที่มีประสบการณ์สอนมานานนับหลาย (สิบ)ปี เหตุที่ตนเองสนใจเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพราะกำลังมองหาวิธีการสอนที่ช่วยให้นักศึกษาพยาบาลเกิดการเรียนรู้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ก็ตอกยำว่า ครูต้องออกแบบการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมให้มาก ครูต้อง Active จับประเด็นได้เร็ว เพื่อการเชื่อมโยงกับเป้าหมายของการเรียนในเรื่องนั้นๆ ให้ได้ การเคลื่อนไหว เดินไปหาผู้เรียนทุกคน ทุกกลุ่ม ทำให้ผู้เรียนตื่นตัว ครูต้องไม่นั่งบรรยาย พร้อมกับ เปิด Slide (Power Point) ตั้งแต่ต้นจนจบ ในการประชุมครั้งนี้ มีการอธิบายเปรียบเทียบความแตกต่าง ของ Enquiry-based learning (EPL)กับ Problem-based learning (PBL)ที่ดูว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันอยู่มาก แต่ที่แตกต่างกัน คือ EPL มีเป้าหมายให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าให้กว้างขวางให้เรื่องที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงถึงกันได้ แทนที่จะเจาะลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่าง PBL ดังนั้น ในความเห็นส่วนตัวจึงเห็นว่า EPL น่าจะเป็นกลวิธีการสอนที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับการสอนภาคปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาล เช่น เมื่อ Conference case การพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานซึ่งเป็นผู้ใหญหรือผู้สูงอายุ ครูสามารถกระตุนให้นักศึกษาค้นคว้าการพยาบาลเบาหวานในเด็กมาด้วย เช่นเดียวกับปัญหาสุขภาพจากสาเหตุอื่นๆที่มีความเชื่อมโยงกัน นักศึกษาควรได้ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้อย่างมีความหมาย และเห็นความเชื่อมโยงกันของเรื่องต่างๆ ที่เรียน แต่ทั้งนี้ครูผู้เป็น Facilitator ก็ต้องสามารถแนะนำและเสริมเนื้อหาในส่วนที่นักศึกษาค้นคว้ามาไม่ลึก หรือไม่กว้างพอ โดยสรุป ครูที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา ต้องอ่านหนังสืออยู่เสมอ อย่าใช้แต่ความรู้เก่าเพราะมันหดลงๆ ทุกวันตามอายุขัย