<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สวัสดีค่ะ</p>
ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์จีระให้โอนข้อมูลจาก Blog เดิมมาที่นี่จึงขออนุญาตรวบรวมข้อมูลมาดังต่อไปนี้นะคะ
...............................................
</span>นางสาววิลาวัลย์ พวงอุบล เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 16:32 จาก 58.9.150.160กรบเรียนท่าน ศ. ดร. จีระ หงส์ลดารมณ์ , ท่านอาจารย์ยม นาคสุข และสวัสดี พี่ ๆ ทีมงานที่น่ารักทุกท่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่ายิ่งที่ได้มีโอกาสฟังการบรรยายขอท่าน Mr. Leigh Scott ในหัวข้อเรื่อง “Leadership & Coaching” ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก และที่ขาดเสียมิได้คือ อาจารย์ยม นาคสุข ที่ช่วยกรุณาถ่ายทอดเป็นภาษาไทยได้อย่างดีเยี่ยม ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะค่ะ และดิฉันขอชื่นชมในความตั้งใจจริงของท่านอาจารย์ Mr. Leigh Scott ที่ท่านได้ทำเอกสารการเรียนการสอนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เนื้อหาในวันนั้น เริ่มด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หรือทฤษฎีของ ซูนวู ที่ว่า “รู้เขา รู้เรา” เพราะทำให้เรารู้ว่าคนที่เราทำงานด้วยนั้นมีพฤติกรรมเช่นไร โดยท่านอาจารย์ Mr. Leigh Scott ให้นักศึกษาทำแบบสอบถาม I- Speak Your Longuage เพื่อให้นักศึกษารู้จักตัวเองก่อนว่ามีพฤติกรรมเช่นไร ควรปรับปรุงอะไร เพราะการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นผู้นำต้องเน้นคน เน้นงาน และมองการณ์ไกล
ในช่วงบ่าย ได้รับเกียรติอย่างสูงจากท่านทูต ดร. พิทยา พุกมาน ได้กรุณาบรรยายเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ ระหว่างญี่ปุ่นกับอาเจนตินา ท่านพูดถึงประเทศญี่ปุ่น ว่าทำไมถึงได้เจริญมากกว่าหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้ง ๆ ที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม อีกทั้งภูมิประเทศก็มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย แต่ญี่ปุ่นมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ อีกทั้งระบบการบริหารงานก็เข็มแข็งกว่าประเทศไทย คนญี่ปุ่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ท่านอาจารย์ ดร. พิทยา ได้สรุปเป็นบัญญัติ 10 ประการ ดังนี้
1. ความมีวินัย คนญี่ปุ่นถือเรื่องการตรงต่อเวลามาก
2. ความขยัน อดทนเป็น
3. Enterpire Sperit กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
4. Team Work คนญี่ปุ่นยึดฉันทามติ จงรักภักดีต่อองค์กร ทำงานแบบอุทิศ ทุ่มเท
5. มีนิสัยรักการอ่าน
6. รักความสะอาด ความบริสุทธิ์
7. มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง
8. มีมารยาททางสังคม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของญี่ปุ่น
9. หยิ่งในศักดิ์ศรี
10. พัฒนาตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง และกระตือรือร้น
ในส่วน ลาตินอเมริการ นั้นประชาชนส่วนใหญ่เป็นพวกรักสวยรักงาม ใช้ชีวิตหรูหร่า ฟุ่มเฟือย ไม่มีวินัยทางการเงิน ฯลฯ ซึ่งก็ทำให้ได้มุมมองว่าประเทศไทยควรนำแบบอย่างในด้านดี ของทั้ง 2 ประเทศมาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ประเทศผู้นำในอนาคต ต่อไป
จาก จริยา ลิ้มธรรมรักษ์ เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 22:09 (177366) สวัสดีค่ะศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข และผู้อ่านทุกท่าน ตามที่อาจารย์ยม นาคสุขได้ให้เกียรติมาสอนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในวันที่ 23 -24 กุทภาพันธ์ 2550 ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจและได้ความรู้เพิ่มมากค่ะ โดยอาจารย์ได้เริ่มสอนในหัวข้อเรื่องดังนี้ 1. โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง -คนงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา มีความฉลาดขึ้น ดังนั้นกฎระเบียบการทำงานแบบเก่าๆ ไม่สามารถใช้ได้แล้ว -PEST {politic economic social technology} เป็นปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อภาวะผู้นำ -ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงปริมาณและคุณภาพ ถ้าไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงไปซื้อรายอื่น 2. ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร -สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตนที่นับวันยากแก่การคาดคะเน -แสวงหา รักษา พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ -สร้างแนวคิดใหม่ๆของการงานของตนอยู่เสมอ -ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำได้ผลดี -แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี -สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมขององค์กร -โดยการสร้างความได้เปรียบขององค์กรในการแข่งขันเรื่องคน ถ้าคนในองค์กรนั้นเก่ง และดี องค์กรนั้นจะได้เปรียบ 3.ผู้นำ หมายถึงบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและความสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ ภาวะผู้นำ หมายถึง เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร 3.1ผู้นำที่ฉลาดควรมีลักษณะดังนี้ -สามารถเสนอแนวความคิดใหม่ คือมีทุนความรู้ ทุนปัญญา ทุนทางสังคม ทุนทางIT -สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ คือมีทุนความเป็นมนุษย์ ทุนทางความสุข -สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ คือ มีทุนทางจริยธรรมคุณธรรม ทุนแหเงความยั่งยืน 3.2คุณค่าของผู้นำ -การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม -ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล -มีความสามารถ -มีความสำนึกรับผิดชอบ -มีความเป็นกลาง -การมุ่งสัมฤทธิ์ผล -ความเป็นมืออาชีพ **ผู้นำที่ดีต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ*** เช่น BILL GATES มีภาวะผู้นำคือใฝ่รู้ คิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ มีอัฉริยะทางปัญญา กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ 3.3ผู้นำต้องมีการสร้างและรักษาอำนาจ ซึ่งจะเกิดได้จาก -การให้(ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย) -การติด้วยความเมตตา-การแสดงเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง-อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง-อำนาจทางนิติกรรม 4.กรอบแนวความคิด ทฤษฎี 4.1ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ : ลักษณะและทักษะของผู้นำที่ดีจะทำงานสำเร็จด้วยดีและเป็นที่พอใจของผู้ใต้บังคับบัญชาจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ 4.2ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม 4.3ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ 5.สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่ 5.1ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง -การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก ความยืดหยุ่น จูงใจใฝ่บริหาร การคิดเชิงกลยุทธ์ มองการณ์ไกลได้ดี 5.2ศักยภาพในการเป็นผู้นำ -การบริหารความขัดแย้ง ตระหนักในคุณค่าทางนวัตกรรม ความจงรักภักดี สร้างทีมงาน 5.3มุ่งไปสู่ผลลัพธ์ -ความรับผิดชอบ การให้บริการลูกค้า การตัดสินใจ ความเป็นผู้ประกอบการ การแก้ไขปัญหา มีเทคนิคที่เชื่อถือได้ 5.4ความเฉียบคมทางการบริหาร -มีความรู้ลึก มีวิสัยทัศน์ บริหารเชิงรุกเช่น CEO concept ผู้นำต้องสนใจ customer satisfaction,employee satisfaction,organization result 5.5การสร้างความเข้าใจ/การติดต่อสื่อสาร -การเจรจาต่อรอง การโน้มน้าวใจ ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา ความสามารถในการมีส่วนร่วม ความรอบรู้ด้านการเมือง ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน 6.แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ -ภาวะผู้นำตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง (3ห่วง2เงื่อนไข)คือ 3 ห่วงคือผู้นำต้องมีเหตุมีผล มีความพอดีพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี 2 เงื่อนไขคือ เงื่อนไขความรู้(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) เงื่อนไขคุณธรรม(ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญาขยันอดทน แบ่งปัน) สรุปและข้อเสนอแนะ คนเมื่อมีทุนมนุษย์ที่ (ได้รับการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนมาอย่างดี) จะทำให้สามารถเป็นผู้นำที่ดี และต้องมีภาวะผู้นำคือ มีความคิดดี {positive ting} มีอัตตาต่ำมีทุนทั้ง 8 ประการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นำที่ความเฉียบคมทางการบริหาร มุ่งสัมฤทธิ์ผล สร้างความเข้าใจ ภาวะผู้นำในอนาคตควรจะต้องมีทุนแห่งความพอเพียงเพิ่มขึ้นมารวมทั้งในการปกครองภาครัฐและภาคเอกชน คือมีความรอบรู้ มีคุณธรรม มีเหตุมีผล รู้จักประมาณ มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จ และมีภาวะผู้นำที่ยั่งยืน **ข้อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีในอนาคตของประเทศไทย ควรจะมีภาวะผู้นำแบบไหน -ต้องมาจากการเมือง รอบรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ ต้องมีความสนใจ ใส่ใจ เอาใจใส่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเป็นความรู้ที่สด มีความเป็นนักวิชาการ รู้แล้วถ่ายทอดได้ มีความเป็น GLOBALIZATION7.ภาพรวมของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นศิลปะการจัดการเกี่ยวกับบุคคล ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน เพื่อให้งานบรรลุผลตามเป้าหมายขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน หน้าที่ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์คือ 1.สรรหา 2. พัฒนา 3.รักษาไว้ 4.ใช้ประโยชน์ จักรยานนานไปก็เสื่อม แต่คนถ้าทะนุบำรุง พัฒนา ยิ่งนานยิ่งเก่งกล้า แต่ในทำนองเดียวกัน คนถ้าไม่ดูแลพัฒนาก็เสื่อมหรือเสื่อมเร็วกว่าวัตถุด้วย การบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คือ ใช้คนน้อย มืออาชีพ มีมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส พร้อมรับผิด มีการทำข้อตกลงหรือผิดสัญญา จริยา ลิ้มธรรมรักษ์106242001 MBA7 จาก นายราเชนทร์ แดงโรจน์ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 10:35 (177932) มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด (หัวหิน) หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิตรหัสวิชา / ชื่อวิชา ภว.524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอาจารย์ผู้สอน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีม Chira Academy ในการสอนของอาจารย์ยม นาคสุข ในวันศุกร์ ที่ 23 และ เสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2550 มีคำถามให้กับนักศึกษาในชั้นเรียนว่า ทั้ง 2 วันที่ผ่านมานั้น “เรียนกับอาจารย์แล้วได้อะไร?” ผมเป็นหนึ่งในนักศึกษาในชั้นเรียนที่อาจารย์ยมสอน เนื้อหาที่อาจารย์สอนจะครอบคลุมเน้นในเรื่อง “ความหมายของผู้นำและภาวะผู้นำ” ทำให้สิ่งที่ผมได้รับคือ <ol>
</ol> จากความรู้ดังกล่าวข้างต้น ผมสามารถนำกลับมาใช้พิจารณาปรับปรุงตนเองในส่วนที่ขาดหรือยังไม่เคยปฏิบัติหรือปฏิบัติยังไม่ถูกต้องในฐานะส่วนที่จะต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำ ตลอดจนสามารถนำความรู้ดังกล่าวข้างต้นมาประยุกต์เป็นแผนงานใช้กับองค์กรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับนึกถึงสังคมไทย ในแง่มุมของผู้นำประเทศไทยในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคตที่อาจจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลที่มาจากประชามติของประชาชนชาวไทย ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2550 นี้ ว่าผู้นำของประเทศไทยควรจะมีคุณสมบัติและมีภาวะผู้นำอย่างไร ซึ่งในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทยที่มีสิทธิออกเสียงคงจะต้องพิจารณาและชี้ชวนให้บุคคลรอบข้างเลือกผู้นำในแนวทางที่อาจารย์ได้สอน หรือมีภาวะผู้นำใกล้เคียงกับทฤษฎี เนื่องจากผู้นำจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมไทยจากสังคมที่เล็กที่สุด คือ ครอบครัว และครอบครัวใหญ่ ก็คือประเทศชาติว่าจะมีทิศทางหรือแนวโน้มดีหรือไม่ดีได้อย่างไร ราเชนทร์ แดงโรจน์ รหัส 106242005 Jaruwan Yunprayong ( Finn) MBA 6 106142009 เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 11:47 จาก 58.9.156.139ชื่อ: Jaruwan Yunprayong ( Finn) MBA 6 106142009
อีเมล: [email protected]
ชื่อเรื่อง: ได้อะไรจากการเรียน ภาวะการเป็นผู้นำ (Feb 23-24,2007)
เนื้อความ: 1. ได้รู้เรียนรู้หลักการเป็นผู้นำที่ดี รายละเอียดตามที่ อาจารย์สอน และสามารถอ่านในหนังสือและชีทประกอบการสอน จึงไม่ได้เขียนนะค๊ะ
เพราะลอกในชีทได้….ฝิ่นว่าอาจารย์ก็รู้อยู่ดีว่าลอกมาจากชีท1. ได้เห็นการแสดงออกและความคิด รวมทั้งวิสัยทัศน์ของเพื่อนๆในห้อง
ที่แตกต่างกันไป2. ได้เห็นการ present ของเพื่อนๆ ในห้องที่แตกต่างกันและสามารถนำข้อดีของแต่ละคนมาพัฒนาตัวเองได้3. ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างกับเพื่อนๆ และอาจารย์ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดเห็นและมุมมองต่างกัน ทำให้เราได้มองเห็นอีกมุมหนึ่งที่คิดไม่ถึง4. เป็นการวัดความรู้รอบตัวของแต่ละกลุ่มที่ออกมา persent ด้วย เพราะบางเรื่องที่เพื่อนพูดเราก็ไม่เคยรู้ และเรื่องที่เราพูดเพื่อนบางคนก็ไม่เคยรู้เช่นกัน5. ได้รู้ว่าเพื่อนๆ แต่ละคนมีประสบการณ์แตกต่างกัน เพราะบางคนกล้าที่จะแสดงออกและมีความเป็นผู้นำในตัวเองจากการที่ได้แสดงออกมา และบางคนก็ยังอายและประหม่าในการพูด ซึ่งทำให้เห็นถึงชั่วโมงบินที่ต่างกัน
หมายถึงประสบการณ์ที่ต่างกัน6. การที่อาจารย์ comment ในการ present ของแตละคนเป็นข้อดี ทำให้ทุกคนสามารถนำไปปรับปรุงในสิ่งที่บกพร่องได้7. นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย8. เรียนแล้วอยากเป็นผู้นำที่ดี และเก่งค่ะ9. อยากให้ถึงวันศุกร์เร็วๆค่ะ จะได้เรียนอีก….
————————————————————
อีเมลฉบับนี้ส่งมาจาก
203.113.28.4
ขอบคุณJaruwan ณัฐพงศ์ ชุมนุมพันธ์ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 12:01 จาก 58.147.66.29 สวัสดีครับศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ดหัวหินและผู้อ่านทุกท่าน จาการที่ได้เข้ารับการศึกษาเมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมาพอที่จะสรุปใจความสำคัญต่างๆที่ได้เรียนรู้จากท่าน อ.ยม ดังนี้ 1. โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง2. ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร3. ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ 4. กรอบแนวความคิด แนวคิดทฤษฎีฯ5. สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่6. แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ7. กิจกรรมกลุ่มแต่ที่ท่าน อ.ยม ได้เน้นเป็นพิเศษได้แก่ · ความแตกต่างระหว่างผู้นำและภาวะผู้นำ· ทฤษฏี 8 k’s (ทฤษฏีต้นไม้) · ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผู้นำคือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ (ในที่นี้ผู้นำคือบุคคล)ส่วนภาวะผู้นำคือ เป็นความสารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร (หรือกล่าวง่ายๆว่าภาวะผู้นำคือพฤติกรรม)ทฤษฏีต้นไม้ ผู้นำที่ดีควรมี 3 ลักษณะ(8ทุน) อยู่ในตน v ลักษณะแรก สามารถนำเสนอแนวความคิดใหม่1. ทุนความรู้ ใฝ่รู้หมั่นศึกษาหาความรู้2. ทุนปัญญา มีสติ3. ทุนสังคม มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี คิดบวก4. ทุน IT มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์v ลักษณะที่สอง สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเราเองได้5. ทุนมนุษย์ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่ในครรภ์มารดา อยู่ดี กินดี6. ทุนความสุข มีความสุขที่เผื่อแผ่คนอื่นได้v ลักษณะสุดท้าย สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้7. ทุนจริยธรรม คุณธรรม มีจริยธรรมและคุณธรรมในจิตใจ8. ทุนแห่งความยั่งยืน มีความมั่นคงและยั่งยืน คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)3. มีความสามารถ (Competence)4. มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)5. มีความเป็นกลาง (Neutrality) 6. การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation) 7. ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง3. ขาดความรับผิดชอบ 4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน6. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง7. ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม 8. ขาดความสมดุล ข