สวัสดีท่านอาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และนักศึกษาปริญญาโททุกท่านจากการที่ได้เรียนในวิชา ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรก็ทำให้ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในยุคปัจจุบันว่ามีผลต่อผู้นำและภาวะผู้นำซึ่งมีผลต่อการบริหารองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ซึ่งเป็นการยากที่จะสรรหาผู้นำที่ดีที่มีคุณลักษณะเหมาะสมเข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรได้ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีต่าง ๆ ด้านสังคมเป็นต้น เพราะทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและในความหมายของผู้นำก็คือคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการด้านต่าง ๆ ในองค์กร ไม่่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน ส่วนภาวะผู้นำก็คือ พฤติกรรมที่แสดงถึงความสามารถที่มีความเป็นผู้นำนั่นเอง และผู้นำก็จะต้องมี 1. วิสัยทัศน์2. พันธกิจ3. เป้าหมาย4. วัตถุประสงค์5. แผนกลยุทธ์ที่วางไว้6. และนำแผนที่ได้นั้นไปปฏิบัติและนำมาตรวจสอบเพื่อดูเปรียบเทียบกับแผนที่วางไว้กับที่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็นอย่างไร และทำการปรับปรุงแำก้ไขในส่วนทีบกพร่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆและลักษณะของคนที่มีภาวะผู้นำจะต้องใช้เครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจได้ด้วยคือ1. อำนาจจะเกิดได้ต้องรู้จักการให้ ให้โอกาส ให้ความรู้ ความใกล้ชิด ให้อภัย ให้เงินทอง2. อำนาจสร้างได้โดยการติ คือเมื่อลกน้องทำไม่ดีแล้วต้องติ หรือทำผิดต้องติ3. อำนาจที่แสดงตนว่าเป็นผู้รูู้้มากกว่าลูกน้อง ต้องหมั่นเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา4. อำนาจสร้างไ้ด้ด้วยการอ้างอิง เช่น ถ้าเราไปดูงานความเรียบร้อยในบริษัทพร้อมกับหัวหน้าแต่เห็นว่าบริษัทไม่ได้ทำเรื่อง 5 ส.เลย มีความสกปรกในบริษัท ไม่เรียบร้อย ไม่เป็นระเบียบ เมื่อหัวหน้าไปแล้วเราก็บอกให้มีการจัดทำเกี่ยวกับ 5 ส.นี้เพื่อส่งผลดีให้กับบริษัทเราเมื่อมีใครเข้ามาดูในบริษัทเราโดยอ้างชื่อหัวหน้าว่าเป็นคนสั่งมาอีกทีหนึ่ง5. อำนาจทางนิติกรรมที่ทำตนเป็นอยู่แล้วในตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน (ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์)สามารถนำเสนอความคิดใหม่1. ทุนความรู้ 2. ทุนปัญญา 3. ทุนทางสังคม 4. ทุนทาง IT สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ 5. ทุนความเป็นมนุษย์ 6. ทุนทางความสุข สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ 7. ทุนจริยธรรม คุณธรรม 8. ทุนแห่งความยั่งยืน ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำมีอยู่ 3 ทฤษฎี คือ1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ คือเป็นผู้นำีที่ดีและจะเกิดประสิทธิภาพในองค์กร เช่นมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีทักษะในการติดต่อสืื่่่่อสาร และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ สภาวะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ1. LEADING CHANGEศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง · Continual Learning การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง· Creativity and Innovation มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม · External Awareness ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก · Flexibility ความยืดหยุ่น · Resilience ปรับเปลี่ยนได้ · Service Motivation จูงใจใฝ่บริหาร · Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์ · Vision การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี 2. LEADING PEOPLE DRIVINGศักยภาพในการเป็นผู้นำ · Conflict Management การบริหารความขัดแย้ง · Leveraging Diversity ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม · Integrity/Honesty ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์ · Team Building สร้างทีมงาน 3. RESULTS DRIVINGการมุ่งผลสัมฤทธิ์ · Accountability . ความรับผิดชอบ · Customer Service การให้บริการลูกค้า · Decisiveness การตัดสินใจ · Entrepreneurship ความเป็นผู้ประกอบการ · Problem Solving การแก้ไขปัญหา · Technical Credibility มีเทคนิคที่เชื่อถือได้ 4. BUSINESS ACUMENTความเฉียบคมทางการบริหาร · Financial Management การบริหารจัดการด้านการเงิน· Human Resources Management การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์· Technology Management การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี· Customer Management การบริหารลูกค้า 5. BUILDING COLITIONS การสร้างความเข้าใจ· Influencing/Negotiating การเจรจาต่อรอง· Interpersonal Skills ทักษะด้านคน การโน้มน้าว· Oral Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา· Partnering ความสามารถในการมีส่วนร่วม · Political Savvy ความรอบรู้ด้านการเมือง· Written Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียนBest Leaders
-
Honesty
-
Responsiveness
-
Vigilance = Continued Success
-
Livingness to learn and relearn
-
Sense of adventure
- Vision
- Altruism
คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร
-
การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)
-
ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
-
มีความสามารถ (Competence)
-
มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
-
มีความเป็นกลาง (Neutrality)
-
การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation)
-
ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี
-
มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
-
ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
- ขาดความรับผิดชอบ
-
การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
-
ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
-
แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
-
ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
-
ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
-
ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ
ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
-
ระเบิดจากข้างใน
-
ปลูกจิตสำนึก
-
เน้นให้พึ่งตนเองได้
-
คำนึงถึงภูมิสังคม
-
ทำตามลำดับขั้น
-
ประหยัด เรียบง่าย
ประโยชน์สูงสุด
-
บริการที่จุดเดียว
-
แก้ปัญหาจากจุดเล็ก
-
ไม่ติดตำรา
-
ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
-
การมีส่วนร่วม
-
รู้ รัก สามัคคี
- มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่
การที่จะเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพราะความรู้นั้นเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้นตราบที่เรายังมีชีวิต อีกทั่งโลกก็การเปลีี่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของการแข่งขันได้ เพื่อนำพาองค์ให้ไปสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจได้ ซึ่งผู้นำที่ดีก็จะต้องมีลูกน้องที่ดีร่วมกันทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายร่วมกันไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรทีมีอยู่ด้วย และควรเน้นด้าน CEO คือ Customer ลูกค้าต้องได้รับความพึงพอใจ Employee พนักงานต้องทำงานอย่างมีความสุขในองค์กร Organization องค์กรต้องมีผลการดำเนินงานที่ดีมีกำไร หรือจะต้องไม่ เจ๊งนั่นเอง
ต้องคิดนอกกรอบกล้าคิดกล้าทำ กล้าตัดสินใจ มี Positive Thinking มีความสามารถในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์เป็น เพราะว่าภาวะผู้นำไม่มีสูตรสำเร็จเฉพาะ
และที่สำคัญต้องรู้จักการบริหารเวลาให้เป็น เป็นคนที่ตรงต่อเวลาในเรื่องของการทำงานภายในและภายนอกขององค์กร สามารถวัดผลได้ เพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ มากยิ่งขึ้น นายชูศักดิ์ ลาภส่งผลน.ศ.ปริญญาโท MBA 6 ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด