(สรุปการเรียนการสอน ต่อจาก Blogที่แล้ว)
ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากจริยธรรมของผู้นำในแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว <ol>
การบริหารจะต้องเป็นการบริหารเพื่อความมั่นคงของชาติเพื่อความเจริญของประเทศ และเพื่อความผาสุกของประชาชน การบริหารจะต้องไม่เอาประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ของญาติพี่น้อง ประโยชน์ของบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง
จะต้องบริหารด้วยความสามัคคีเพราะจะนำไปสู่ความร่วมมือและความเข้มแข็ง ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ
จะต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริตพระองค์ทรงรับสั่งว่าจะต้องซื่อสัตย์สุจริตทั้งในความคิด การพูด และการกระทำ ผมขอให้ความเห็นส่วนตัว เป็นการขยายความ ผู้บริหารนอกจากจะซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ต้องดูแลคนรอบข้างตัวเราให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารจำต้องเพิ่มเติมคำว่า เสียสละและจงรักภักดีเข้าไปด้วย
จะต้องเป็นการบริหารที่ถูกต้อง คือถูกต้องตามกฎหมาย ตามกฎเกณฑ์เที่ยงธรรม เที่ยงตรง มีประสิทธิภาพ และให้ประสิทธิผลสูง ความเห็นส่วนตัวของผม เห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีมาตรฐานเดียวเสมอหน้ากัน ทั่วถึงกัน ต้องไม่มีหลายมาตรฐาน หรือ ไม่มีมาตรฐานเลย หรือใช้มาตรฐานตามอารมณ์ มาตรฐานตามกิเลส
จะต้องเป็นการบริหารงานที่เป็นเอกภาพ คือการประสานงาน ประสานประโยชน์ ระหว่างหน่วยงาน พระราชดำรินี้ชัดเจนและเข้าใจง่าย แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานภาครัฐค่อนข้างละเลยจนเป็นอุปสรรคที่ไม่มีในตำรา บางทีก็กลายเป็นการแข่งขัน หรือกลายเป็นการแก่งแย่งกันเองระหว่างหน่วยงานต่างๆ
ต้องบริหารด้วยความเฉียบอย่างต่อเนื่องอย่าง เช่น พระมหาชนก ผู้บริหารจะต้องไม่กลัวลำบาก กลัวเหนื่อย ดำรงความมุ่งหมายอย่างกล้าหาญ กล้าเผชิญอุปสรรค และ อดทนต่อความยากลำบาก
ผู้บริหารต้องไม่หวาดกลัวต่ออิทธิพลใดๆและต้องอยู่กันคนละฝ่ายกับความไม่ถูกต้อง
ผู้บริหารจะต้องศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังอย่างลึกซึ้ง อย่างกว้างขวาง ทั้งทางลึกและทางกว้าง
ผู้บริหารจะต้องมีความสำนึกในความรับผิดชอบและเห็นความสำคัญของงาน ความรับผิดชอบหมายรวมถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุตามกฎที่กำหนด พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า การเห็นความสำคัญของงาน ความสำนึกในความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องทำพร้อมและควบคู่กันไป
ผู้บริหารจะต้องรู้จักทรัพยากรอย่างประหยัดและฉลาดมีความถูกต้องเหมาะสม การที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานทฤษฎีใหม่ที่ได้ยินจนชินหูว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการชี้แนวทางในการดำรงชีวิตใหม่ให้พวกเราพออยู่พอกิน ทำให้เกิดการสมดุลการดำรงชีพอย่างประหยัดและฉลาด
ผู้บริหารจะต้องมีสติมีปัญหาสามารถพิจารณาปัญหาได้กว้างไกลรอบคอบทุกแง่มุม ส่วนตัวเห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ ทัน สมัย ทันเหตุการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะในสาขาอาชีพของตน
ผู้บริหารต้องแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิดทุกคนคงได้ยิน ผมเชิญมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ เห็นว่าผู้บริหารจะต้องกล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ผิด และมีความแน่วแน่ที่จะแก้ไข การบริหารย่อมผิดพลาดได้ แม้จะรอบคอบ ระมัดระวังแล้ว ดังนั้น การแก้ไขสิ่งที่ผิดจึงไม่ใช่เรื่องน่าละอาย การทำชั่ว ประพฤติชั่วต่างหากที่น่าละอาย
ผู้บริหารจะต้องบริหารแบบปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ข้อนี้มาจากเพลงพระราชนิพนธ์เช่นเดียวกัน ผมเดาว่าทรงหมายถึงการไม่โอ้อวดมุ่งแต่ผลงาน ไม่หวังคำชมเชย ภูมิใจแต่ความสำเร็จ
ผู้บริหารทุกระดับที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
</ol> ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับภาวะผู้นำ <ol>
รอบรู้ ใฝ่รู้
คู่คุณธรรม
มีเหตุ มีผล
รู้ตน พอประมาณ
มองการณ์ไกล ใส่ใจภูมิคุ้มกัน
</ol> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Blog ตอนท้ายนี้ เพราะไม่ได้ใส่ไว้ใน Sheet)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="624" class="MsoNormalTable" style="margin: auto auto auto -6.75pt; width: 468pt"><tbody>
|
เศรษฐกิจพอเพียง
3 หลักการ2 เงื่อนไข
|
สมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้นำวิเคราะห์จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
|
|
ความพอประมาณModerationความพอดี พอประมาณ ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
|
พอมีพอกิน รู้จักตน รู้จักประมาณ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคน อยู่ได้ด้วยตนเอง พอในความต้องการ ด้วยความพอเหมาะพอดี ถูกต้อง พอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ทำการทุกอย่าง ด้วยความมีสติ
|
|
ความมีเหตุมีผลReasonablenessการตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
|
ความคิดพิจารณาด้วยตนเอง ตรงเป้าหมาย ตรงความจริง คิด พูด ทำ ถูกต้องตามหลักเหตุผล ถูกต้อง และเหมาะสม ทำการทุกอย่างด้วยเหตุผล ทำด้วยความมีสติ และด้วยความรู้ตัว รู้จักสังเกตศึกษา เพื่อให้สามารถทำงานได้เสร็จสมบูรณ์ทุกสิ่ง
|
|
ความมีภูมิคุ้มกัน Self-Immureการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
|
มีทางที่จะแก้ปัญหาได้เสมอ ผลสำเร็จที่จะเกิดจากงาน เป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น ไม่ประมาทปัญญา ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับ. ควบคุมกายใจและความคิด
|
|
เงื่อนไข ความรู้ Knowledge ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
|
มีความรู้ ศึกษาให้รู้ ให้ทราบ เข้าถึงแก่นแท้ของเรื่องนั้นปัญหา เข้าใจปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนถูกถ้วน มีความรู้ ความรู้ และความดีของตัว ให้ใส่ลงไปในงาน ชำนาญทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ทำการทุกอย่างด้วยความรู้ตัว เห็นจุดหมาย เห็นสาระ และประโยชน์ที่แท้ของงานนั้นอย่างแจ่มแจ้ง นำวิชาการด้านของตนประสานเข้ากับวิชาการด้านอื่น ๆ ได้โดยสอดคล้อง ถูกต้อง และเหมาะสม . . .
|
|
เงื่อนไข คุณธรรมEthic Virtueความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
|
มีคุณธรรม มีการช่วยกัน ร่วมมือร่วมใจกัน แก้ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่นฝ่ายอื่นอยู่เป็นปรกติ ความสุจริตใจและจริงใจ เมตตาอารีและความไม่มีอคติ ไม่เสเพล และไม่ปล่อยตนให้เป็นทาษแห่งอบายมุขต่าง ๆ ยึดมั่นในจรรยาบรรณในวิชาชีพของตน วางตนได้สม่ำเสมออย่างเหมาะสม. เป็นกลาง วิชาการกับหลักธรรมนี้มีประกอบกันพร้อม รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
|
</tbody></table></span> ใน Blog ถัดไป ผมจะเขียนถึงกิจกรรมกลุ่ม ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง I. กิจกรรมกลุ่ม ให้นักศึกษาเข้ากลุ่มละประมาณ 6 คน มีกิจกรรมดังนี้กิจกรรมที่ 1 ให้แต่ละท่านส่งรายงานว่า ในการเรียนวิชานี้ได้เรียนรู้อะไร(ทั้งจากการเรียนในชั้นและการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากเอกสารการสอน และจากหนังสือ หรือ Internet) กิจกรรมที่ 2ให้กลุ่มเลือกผู้นำที่ตนเองชื่นชอบ ที่ได้รับการเห็นชอบจากกลุ่มแล้วทำการวิเคราะห์ว่า เขามีภาวะผู้นำอะไรบ้างให้กลุ่มระดมสมองกันว่า “นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของไทย ควรมีภาวะผู้นำอย่างไรบ้าง” กิจกรรมที่ 3ให้กลุ่มเสนอประเด็นปัญหาด้าน ทรัพยากรมนุษย์ที่ตนเองพบแล้วเสวนากันในกลุ่ม เลือกประเด็นปัญหาด้านทรัพยากรมนุษย์มาหนึ่งปัญหา โดยเลือกของใครคนใดคนหนึ่งซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกลุ่ม ให้ระดมสมองกันเสนอแนวทางแก้ไข และป้องกันปัญหา แล้ว ส่งตัวแทนออกมาอภิปรายในชั้นเรียนใน Blog ถัดไป ผมจะเขียนถึงกิจกรรมกลุ่ม ว่าตัวแทนแต่ละกลุ่มได้มีกล่าวถึงกิจกรรมได้ที่รับมอบหมายไปอย่างไรบ้าง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสิ่งที่ผมและนักศึกษาได้มีกิจกรรมร่วมกันในชั้นเรียน</p>
ขอขอบใจเจ้าหน้าที่ ทาง ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด คุณเจน คุณ Nitinan ขอบใจเจ้าหน้าที่ดูแลด้านคอมพิวเตอร์ และอีกหลายคนที่ให้การต้อนรับ เป็นอย่างดี ขอบใจอาจารย์โลตัส ที่ติดตามไปร่วมสังเกตการณ์ และช่วยอำนวยความสะดวกหลายประการ ขอบใจคุณเอ วราพร ที่คอยอำนวยการ ติดต่อประสานงานให้เรียบร้อยดี
ขอบใจนักศึกษาที่บางท่านมีน้ำใจ นำขนมท้องถิ่นมาให้
ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดี
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt" class="MsoNormal">สวัสดีครับ </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ยม </p>
น.ศ.ปริญญาเอก
รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต
081-9370144
</span></span>