การเสวนาจัดการความรู้ เรื่อง "วิถีสุขภาพชุมชน: บทเรียนการทำงานสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน และเครือข่ายชุมชนอำเภอพุทธมณฑล" โดย เริงวิชญ์ นิลโคตร ณัฐพัชร์ ทองคำ กานต์ จันทวงษ์ สนั่น ไชยเสน วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องประชุม 2016 สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
วิถีสุขภาพชุมชน ในบริบทหรือบทเรียนการทำงานของ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายชุมชนอำเภอพุทธมณฑล ได้ดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วม สอดคล้องกับนิยามด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่นิยามไว้ว่า สุขภาพ หมายถึง ความพอใจทุกด้านในชีวิตของปัจเจกชนหรือบุคคล ในด้านสุขภาพ คือ การมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ (human aesthtic or human esteem) การวัฒนธรรม การศึกษา อารมณ์ สิ่งแวดล้อม จิตใจ ความสัมพันธ์และสติปัญญาที่ดี ผลการดำเนินงาน จึงสร้างความพึงพอใจให้เกิดขึ้นแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นอย่างดี
1. การดำเนินภารกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านสุขภาพชุมชน ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินงานด้านสุขภาพชุมชนบรรลุผลสำเร็จ คือ "ความร่วมมือหรือกระบวนการมีส่วนร่วม" เช่น ตัวอย่าง การมีส่วนร่วมขององค์กรและหน่วยงานในพื้นที่ในการดำเนินงานด้านสุขภาพชุมชน นางหทัยรัตน์ นาคเรืองศรี ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลายาบ้านสาลวัน นางสาวธมลวรรณ สุนย์เจริญ ฝ่ายสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนตำบลศาลายา นายประทุม สวัสดิ์นำ เครือข่ายภาคประชาชน จากชมรมผู้สูงอายุตำบลมหาสวัสดิ์ นางมุกดา ฝ่ายสาธารณสุข เทศบาลตำบลคลองโยง นางดุจเดือน เจริญกิจกำจรชัย ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลศาลายา นายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพุทธมณฑล นายกฤตย์ รอดงาม ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขอำเภอพุทธมณฑล นายไพบูลย์ มนต์คล้ำ สาธารณสุขอำเภอพุทธมณฑล เป็นต้น ได้มีการประสานงานและร่วมดำเนินงานด้านสุขภาพชุมชน ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นการระดมสรรพกำลังในการพัฒนาสุขภาพชุมชน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตำบลสุขภาวะ และอำเภอสุขภาวะ ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเริ่มจากการจัด การพัฒนาองค์กร (organizational development : OD) ร่วมกันของเครือข่ายสาธารณสุขทั้งหมดในอำเภอพุทธมณฑล ทำให้การดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานด้านสาธารณสุขและสุขภาพชุมชนมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น และเครือข่ายได้สื่อสารระหว่างกัน ทำให้มีความเข้าใจกันมากขึ้นระหว่างระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการในระดับชุมชน ตำบล และอำเภอ มีการพัฒนาและยกระดับความร่วมมือในงานด้านสาธารณสุขและสุขภาพชุมชนในภาพรวมของอำเภอให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
2. ประเด็นปัญหาสุขภาพ เครือข่ายสาธารณสุขและสุขภาพชุมชนอำเภอพุทธมณฑล ที่เข้าร่วมเสวนาร่วมกัน สะท้อนประเด็นปัญหาด้านสาธารณสุขและสุขภาพชุมชนเพิ่มเติม ดังนี้
2.1 สภาวะทางสุขภาพที่เกี่ยวกับการเจ็บป่วยและการรักษาสุขภาพของคนในอำเภอพุทธมณฑล ประชาชนในอำเภอพุทธมณฑล มีการเจ็บป่วยในอัตราสูงมาก เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ คือ
(1) พื้นที่ตำบลศาลายาเป็นพื้นที่ระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดนครปฐม
(2) มีแรงงานจากนอกพื้นที่และแรงงานจากต่างด้าวเป็นประชากรแฝง เข้ามาทำงานรับจ้าง ทำงานก่อสร้าง และประกอบอาชีพในพื้นที่จำนวนมาก
(3) มีโรงเรียนที่ต้องให้บริการสุขภาพระดับมัธยมศึกษา 3 แห่ง ระดับประถมศึกษา 8 แห่ง โรงเรียนอนุบาลภาครัฐ 1 แห่ง และภาคเอกชน 2 แห่ง
(4) มีหน่วยบริการสุขภาพและบุคลากรทางสุขภาพไม่เพียงพอ เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาลอำเภอพุทธมณพล จึงต้องทำงานหนัก เนื่องจากมีผู้ป่วยจึงต้องทำงานเชิงรับเป็นส่วนใหญ่
(5) ขาดการทำงานเชิงรุกและสื่อรณรงค์ ให้ความรู้ในการดูแลและรักษาสุขภาพแก่ประชาชน ซึ่งถ้ามีการทำงานเชิงรุกและใช้สื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเองมากยิ่งขึ้น ประชาชนก็จะมีสุขภาพดีขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐลงและประชาชนเองก็จะสามารถประกอบอาชีพได้เต็มศักยภาพ เพราะไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินไปในการรักษาพยาบาลในแต่ปีอย่างมหาศาล
2.2 การสร้างเสริมสุขภาพ ต้องมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินการได้ เช่น การมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การกำจัดขยะ การบำบัดน้ำเสีย การใช้มาตรการทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรค์ หอพัก ห้องเช่า ฯลฯ ต้องดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการและปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพราะถ้ามาตรการทางกฏหมายย่อหย่อน ก็จะก่อปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย และสิ่งแวดล้อมขึ้นในชุมชนอย่างมหาศาล
ในภาคการเกษตร ต้องรณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร เนื่องจากมีผลเสียต่อทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมด้วย
ต้องดำเนินการให้ตลาดนัดสะอาดและขายอาหารปลอดภัย มีการรณรงค์ให้เจ้าของตลาดนัดและพ่อค้าแม่ค้าเห็นความสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง ผู้บริโภค และชุมชนส่วนรวมด้วย
ภารรวมของสุขภาพชุมชน ต้องดำเนินงานด้านสุขภาพชุมชนอย่างบูรณาการ เช่น การวิจัยบูรณาการของสถาบันฯ ที่ได้บูรณาการองค์ความรู้ในการวิจัยให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ
(1) การดำเนินงานวิจัยผู้สูงอายุ
(2) การดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับครอบครัว
(3) การดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับการบริการสุขภาพ
(4) การดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพชุมชน
นายแพทย์ ประเวศ วะสี ได้กล่าวไว้ในการแสดงปาฐกถาณัฐ ภมรประวัติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ความว่า "ขอฝากให้ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน (ASEAN Institute for Health Development : AIHD, Mahidol University) ช่วยดูแลงานด้านสุขภาพชุมชนร่วมกับชุมชนและเครือข่ายชุม" ด้วย
3. แนวทางการขับเคลื่อนสุขภาพชุมชน ผู้เข้าร่วมเสวนาได้นำเสนอความคิด ความรู้และประสบการณ์ในการขับเคลื่อนสุขภาพชุมชน ดังนี้
(1) การสร้างเสริมจิตสาธารณะ นายประทุม สวัสดิ์นำ เสนอให้มีการพัฒนาให้ประชาชนในอำเภอพุทธมณฑล มีจิตสาธารณะให้มากขึ้น เพราะเนื่องจากปัจจุบันคนในชุมชนมีความเห็นแก่ตัว ไม่ค่อยได้ช่วยกันเอาใจใส่ชุมชนและสังคมส่วนรวมเท่าที่ควร
(2) การพัฒนาการทำงานอย่างมีส่วนร่วม นางสาวธมลวรรณ สุนย์เจริญ เสนอให้มีการสร้างการทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ในอำเภอพุทธมณฑลให้มากขึ้น เช่น การประชุมดำเนินการเรื่องต่างๆ ในชุมชนหรือเกี่ยวกับชุมชน ซึ่งชุมชนมีส่วนได้ส่วนเสีย ก็ให้เชิญองค์กร หน่วยงานในพื้นที่และชุมชนเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้งไป เพื่อจะได้ร่วมกันนำเสนอปัญหา การได้รับรู้ปัญหา และร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาร่วมทุกครั้ง
(3) สร้างภาคีเครือข่ายการทำงาน นางหทัยรัตน์ นาคเรืองศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลายาบ้านสาลวัน (รพสต.) สะท้อนประสบการณ์ว่า ในการทำงานขณะนี้ได้ใช้ความพยายามที่จะทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีความจำเป็นในการพัฒนาอยู่มากในหลายๆ ด้าน เช่น การพัฒนาคน (บุคลากร) โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายของโรงพยาบาลฯ ซึ่งเป็นความจำเป็นเร่งด่วนมาก และต้องขอความช่วยเหลือจากสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เป็นสถาบันวิชาการ มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการพัฒนาคนให้โรงพยาบาลด้วย
(4) การพัฒนาภาวะผู้นำ นายประทุม สวัสดิ์นำ สะท้อนให้มีการพัฒนาภาวะผู้นำของคนในพื้นที่ทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ และประชาชนด้วย เพราะถ้าพัฒนเฉพาะบุคลากรระดับปฏิบัติการ เช่น หมด พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ชาวบ้านและผู้นำชุมชน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ผู้นำทางการเมืองและผู้นำระดับนโยบาย เช่น นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดเทศบาลและปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้อำนวยการกองต่างๆ ไม่ได้เข้าอบรมหรือพ้ฒนาภาวะผู้นำด้วย ก็จะมีปัญหาในการดำเนินโครงการด้านสาธารณสุขและสุขภาพชุมชนต่างๆ เพราะเมื่อฝ่ายปฏิบัติการเสนอโครงการขึ้นไป โครงการดีๆ หลายๆ โครงการไม่ได้รับอนมุติ เนื่องจากฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจโครงการหรือไม่เห็นชอบกับโครงการ จึงน่าเสียดายที่โครงการดีๆ ที่เสนอไปนั้นไม่ได้รับอนุมัติ ประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ก็ไม่ได้รับประโยชน์
(5) การสืบทอดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นหลายด้านมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพชุมชน จึงต้องมีการเรียนรู้ การฟื้นฟู การอนุรักษื และการสืบทอดไปสู่รุ่นลูกหลาน เพื่อให้สามารถใช้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว โรงเรียนและชุมชนได้ เช่น ฤาษีดัดตน การนวดเส้น การนวดเท้า การนวดจัดกระดูก การนวดแก้นิ้วเคล็ด การขูดเส้นเอ็น และการต่เส้นเอ็น เป็นต้น ซึ่งภูมิปัญญาเหล่านี้มีอยู่ในชุมชน และใช่รักษาหรือสร้างเสริมสุขภาพได้จริง จึงสมควรแก่การเรียนรู้ และรณรงค์ให้มีการสืบทอดไว้เป็นประโยชน์ในการสร้างเสริมสุขภาพชุมชนตลอดไป เป็นต้น