สวัสดีครับ อาจารย์ ช่วงนี้ผมรับผิดชอบสอนนิสิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ชั้นปีที่ 3 สอนอยู่ที่ประสานมิตรเป็นหลักครับ 25-29 มกราคม 2553 รู้สึกสนุกและเป็นสุขใจกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแพทย์รุ่นใหม่ให้มีหัวใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น ดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมและยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ต้องเรียนอาจารย์ตามตรงว่า ในฐานะที่ผมเป็นอาจารย์แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ต้องถูกฝึกและเรียนรู้ด้าน Palliative Care ตลอดการเรียนแพทย์ประจำบ้านมาตลอด 3 ปี รู้สึกประทับใจว่าในโรงพยาบาลต่างๆ ตามพื้นที่ของเพื่อนนักศึกษาสม.นั้น มีการตื่นตัวและได้นำหลักการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายไปใช้ บอกตามตรงว่ารู้สึกอิ่มใจและดีใจแทนผู้ป่วยด้วยนะครับ
โดยส่วนตัวอาจยังมีความรู้ไม่มากพอ แต่ถ้าต้องให้คำปรึกษาหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เรียนมาตลอด 3 ปี ก็ยินดีครับ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง Patient-Family(Caregiver)-Community(Cultural)
ถ้ามีเวทีแลกเปลี่ยนจะขอถ่ายทอดงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาฯ ของแพทย์รุ่นพี่ให้ฟังนะครับ
จริงๆแล้วก็เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวที่จะต้องดูแลผู้ป่วยตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต ทั้งตั้งแต่สุขภาพดีจนกระทั่งมีปัญหาสุขภาพ ทั้งส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู
ทาง Palliative Care ได้มีการสร้างองค์ความรู้เรื่อง End of Life & Last Hour ว่าเราควรดูแลผู้ป่วยอย่างไร การที่ได้มาเรียนหลักสูตร สม. นี้ เป็นโอกาสที่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับพี่ๆ ผอ. ทั้งหลายและอาจารย์ รู้สึกเป็นโอกาสที่หาได้ยากและมีค่ามากๆเลยครับ
เป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า Palliative Care ในโรงเรียนแพทย์ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลไป นิสิตแพทย์ไม่จำเป็นต้องรู้ เกินมาตรฐานแพทยสภา ทำให้เสียโอกาสในการเรียนรู้ไปครับ ทั้งที่จริงๆแล้วการดูแลและประเมิน Pain Management in Cancer Pain สามารถดูแลได้เป็นอย่างดีถ้าเข้าใจหลักการประเมินและปรับ Dose ยา
จากที่ได้อ่านของพี่ผอ. ทั้งหลาย ทำให้ทราบว่า การทำงานจริงๆนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวก็สามารถทำได้ดีอยู่แล้ว โดยใช้หลักการ Holistic & Humanized Medicine
ถ้าหลังสอบ มีหนังที่ใช้สอนเรื่อง Palliative Care เผื่อจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนางานด้านนี้ให้แก่โรงพยาบาลของพี่ผอ.นะครับ ยินดีมากๆครับ
ขอบคุณครับ
กฤษฎิ์
ปล. หนังสือ ได้อ่านบ้างแล้ว แต่ขออนุญาตเรียบเรียงประเด็นอีกทีนะครับ