สวัสดีครับคุณเอ๋ ขอบพระคุณมากครับสำหรับคอมเมนท์และมุมมองของคุณเอ๋ครับ ในหนังสือ The Wal-Mart Effect นั้นคนเขียนเขียนในผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลักครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะว่าถ้าจะให้เขาเขียนถึงผลกระทบไปทั้งโลกนั้นก็คงจะต้องใช้เงินในการหาข้อมูลมากทีเดียวครับ

มากที่สุดที่เราสามารถทำได้กับการประเมินผลกระทบของอะไรบางอย่างในระดับโลกนั้น ก็คงต้องอาศัยการประเมินผลกระทบจากระดับประเทศก่อน แล้วก็ค่อยๆพูดถึงผลกระทบที่ตามมาในระดับโลกครับ

อ้อ ในเรื่อง China shakes the world ของ James Kynge ได้พูดไว้ตอนต้นเรื่องน่าสนใจมากครับว่า เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อตัวเราด้วยเหตุการณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 หนังสือยกตัวอย่างถึงเหตุการณ์ที่มองโกลบุกยุโรปครับ สำหรับคนอังกฤษแล้วนั้น เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่นี้ เขารู้ถึงมันได้เนื่องจากราคาปลาที่ท่า Harwich ตรงทะเลเหนือนั้นมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก เหตุผลเนื่องมาจากว่าชาวประมงที่อยู่แถบทะเลบอลข่าน ต้องไปเป็นทหาร ไม้ที่ใช้ทำเรือนั้นต้องเอามาใช้ทำอาวุธ

ก็เหมือนกับคำว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวแหละครับ แต่ว่าผลกระทบนั้นอาจจะน้อยมาก หรือว่าอาจจะมากมายเหลือเกิน แต่เราอาจจะไม่สามารถที่จะพูดกันได้ถึงในตอนนี้ครับ  

แต่ในความคิดของผมแล้ว มันมีผลกระทบกันแน่นอนครับ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจครับ ในโลกแห่งทุนนิยมที่คนมีทุนหนาย่อมได้เปรียบนั้น และกำไรเป็นสิ่งสำคัญนั้น ทุนก็จะไหลไปตามที่ที่มีแรงงานถูกไปเรื่อยๆครับ แล้วในประเทศที่ไม่ค่อยพัฒนานั้นสิ่งแวดล้อมก็จะเริ่มสูญเสียไปกับการพัฒนาของโลกครับ (อันนี้เดี๋ยวไว้คุยกันในตอนเมื่อเมืองจีนเขย่าโลกตอนที่ 2 ครับ)