เกือบ 200ปี ที่ประเทศของเราและประเทศที่ถูกเขาชี้ว่า กำลังพัฒนา ด้อยพัฒนาทั้งหลาย ต้องเดินตามเขา(ประเทศพัฒนา) นั่นเพราะเกิดการปฎิวัติจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรม โดยพวกเขา เราจึงเดินตามก้นเขา ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้ การศึกษา เพื่อป้อน เครื่องจักรมนุษย์ที่เรียกว่า คน เข้าสู่ ระบบอุตสาหกรรม เพื่อผู้กุมบังเหียนยอดบนสุด ของระบบ

ตัวอย่างเช่น

แพทย์ของเราและทั่วโลก ก็เรียนจาก ตำราของเขา และตำราของเขา ก็ได้รับการสนับสนุน จาก บริษัทยา บริษัทเครื่องมือแพทย์ ของเขา

ดังนั้น เขาจึงปลูกฝังสอนให้แพทย์เรา เน้น ใช้ยา ใช้เครื่องมือ แบบฟุ่มเฟือย

ปชช ทุกคนไม่เว้นแม้แต่แพทย์เอง ต่างก็ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆกันแล้ว ว่า

ถ้าไม่สบาย แม้จะนิดหน่อยก็ตาม ต้อง พึ่งผู้อื่น สิ่งอื่นๆ คือ ยา หมอ เท่านั้น

และนั่นคือ ทฤษฎีล่าอาณานิคม ทางความคิด ความเชื่อ โดย ความรู้ ตำรา

ไม่ต่างอะไรกับ ระบบทุนนิยมสมัยนี้ ที่ใกล้ล่มสลายเต็มที

ย้อนกลับไปในอดีตกว่า 10 ปี ถ้าไม่นับ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ ซอฟแวร์ แล้ว

ธุรกิจที่เฟื่องฟู ร่ำรวยที่สุดในโลก คือ บริษัทยา เคมี และเครื่องมือแพทย์

เพราะ ขายได้ทั้งโลก ผูกขาด เพราะแพทย์ทั้งโลก เรียนจาก ตำราของเขา

ระบบการเรียนการสอน ทางการแพทย์ สอนให้ แพทย์ทุกคนอยู่ในกรอบ

แม้จะโบราณแค่ไหนก็ตาม คิดนอกกรอบ นอกตำรา ไม่ได้ เป็นผิดหมด

เราไม่กล้า แม้จะคิดนอกกรอบ จึงไม่มี ศาสตร์ใดๆเป็นของตัวเอง จริง

แต่ก็ยังดี ที่เรามี กรมการแพทย์ทางเลือก เกิดขึ้นทัน ไม่งั้นเจ๊งแน่ๆ

แต่ไม่รู้ว่า อจ.แพทย์ในมหาวิทยาลัย จะซึมซับยอมรับได้ มากน้อยแค่ไหน???

เพราะไม่มี paper รับรอง