การเสวนาจัดการความรู้เรื่อง "การถอดบทเรียนและการจัดการความรู้อย่างมีส่วนร่วม" นำการเสวนาโดย อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ และคณะผู้ร่วมวิจัย "โครงการเสริมพลังและพัฒนาเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพชุมชนร่วมใจต้านภัยบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน : สุขศึกษาชุมชนและการเรียนรู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง" วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2552 ณ ห้องประชุม 2106 สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
แพทย์หญิง สุพัตรา ศรีวณิชชากร ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวนำเข้าสู่การเสวนาและเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังนี้
1. กระบวนการ การจัดการความรู้ (process of knowledge management: KM) ของสถาบันฯ
การจัดการความรู้ของสถาบันฯ ดำเนินการตาม แบบการประเมินตนเอง มหาวิทยาลัยมหิดล ในส่วนของ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน ประจำปี 2552 เพื่อรองรับการประเมินจากคณะกรรมการประเมินคุณภาพ ซึ่งประเด็นการจัดการความรู้เป็นเนื้อหาขององค์ประกอบ 1.4 ที่ประกอบไปด้วยหลักการ (principles) กระบวนการ (process) และผลลัพธ์ (results) ที่เกิดจากการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน คือ
1. การวางแผน (plan)
2. การดำเนินงานตามแผนอย่างเป็นรูปธรรม (do)
3. การประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ (check)
4. การนำผลการดำเนินงานมาจัดทำมาตรฐานที่ปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอ (act)
5. มีการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (continuous improvement)
6. มีการพัฒนางานจนเกิดเป็นรูปแบบการทำงานแนวใหม่หรือนวัตกรรม (breakthrough/innovation)
7. ก่อเกิดความเป็นเลิศ (best practicek) จากพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2. การถอดบทเรียนและการจัดการความรู้อย่างมีส่วนร่วม
อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ หัวหน้า "โครงการเสริมพลังและพัฒนาเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพชุมชนร่วมใจต้านภัยบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน : สุขศึกษาชุมชนและการเรียนรู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง" ร่วมกับคณะผู้วิจัยร่วม คือ อาจารย์ ณัฐพัชร์ ทองคำ นายเริงวิชญ์ นิลโคตร นายกานต์ จันทวงษ์ นายสนั่น ไชยเสน และนายศราวุธ ปรีชาเดช ได้นำความรู้และประสบการณ์ที่เกิดจากการดำเนินการวิจัยอย่างมีส่วนร่วมกับกองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข และชมรมสร้างเสริมสุขภาพ 4 ภาค 8 จังหวัด คือ
ภาคเนือ : จังหวัดลำพูน และจังหวัดกำแพงเพชร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดบุรีรัมย์
ภาคกลาง : จังหวัดนครนายก และจังหวัดจันทบุรี
ภาคใต้ : จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล
ภายใต้การประสานงานและสนับสนุนงบประมาณดำเนินการของ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ (ศจย.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รับบทเรียนจากเครือข่ายเรียนรู้และพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพชุมชน กล่าวคือ
1. ประเด้น : เป็นประเด็นจากท้องถิ่น-ประเด็นร่วมของท้องถิ่น และผสมผสานประเด็นนโยบายสุขภาพ
2. เป้าหมาย : ครอบคลุมเป้าหมาย ร้อยละ 50 ของกลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ของจังหวัดที่ดำเนินการ เน้นเครือข่ายปัจเจก เครือผู้นำจิตอาสา และการรวมกลุ่มจัดการการส่งเสริมและการสร้างเสริมสุขภาพในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประกอบด้วย ... องค์กรท้องถิ่น ชมรมสร้างสุขภาพ กลุ่มประชาคมอาสา และเครือข่ายปัจเจกในชุมชน สามารถยกระดับการดำเนินโครงการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตให้เข้มแข็ง และจัดองค์กรเพื่อบริหารจัดการการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามบรบทของท้องถิ่น
3. ผลที่ได้ : มีผลที่ได้จากการดำเนินโครงการ ดังนี้
3.1 กลุ่มและโครงการที่ดำเนินการอยู่ในชุมชน ของ สสส. และหน่วยงานต่างๆ ยกระดับการจัดการ มีแนวทางที่ชัดเจนดีขึ้น เข้มแข็งมากขึ้น และสะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น สนองตอบต่อปัญหาของท้องถิ่น และบูรณาการมิติต่างๆ ที่จำเป็นของชุมชนดีขึ้น
3.2 พัฒนาเครือข่ายผู้นำ เครือข่ายวิชาการ เครือข่ายวิทยากรกระบวนการ เครือข่ายถอดบทเรียน ดำเนินการสาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพชุมชนในแนวทางใหม่ ได้พอเพียง
3.3 มีแหล่งเรียนรู้และปฏิบัติการวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสม ด้านการสร้างเสริมสุขภาพในบริบทของงานสาธารณสุขมูลฐาน และในระบบสุขภาพปฐมภูมิ
3.4 ได้สนับสนุนให้มีการพัฒนาตนเองในการจัดการเครือข่ายการเรียนรู้ สาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพชุมชน
3.5 องค์ความรู้ สิ่งตีพิมพ์ สื่อ และนวัตกรรมการทำงานที่ใช้ได้จริงในชุมชน
3.6 การเคลื่อนไหวนโยบายและเวทีเรียนรู้สาธารณะ
4. รูปแบบการรณรงค์ภาวะปลอดบุหรี่ที่เกิดขึ้นและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
4.1 รูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ที่เกิดกระบวนการสื่อเสริมพลัง และแหล่งเรียนรู้ดีเลิศหรือ,มีวิธีการดำเนินโครงการที่ดีเลิศ (best practice)
4.2 เครือข่าย อสม.น้อย จังหวัดจันทบุรี
4.3 เครือข่ายคลื่นวิทยุสุขภาพ จังหวัดสตูลและจังหวัดลำพูน
4.4 เครือข่ายบูรณาการโรงเรียน-ท้องถิ่น จังหวัดนครนายก และจังหวัดกาฬสินธุ์
4.5 เครือข่ายจิตอาสา ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
4.6 เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นต้น
ผลการดำเนินงานเหล่านี้ เกิดจากความร่วมมือ กระบวนการเรียนรู้เสริมพลัง กระบวนการประเมินการดำเนินงาน และรูปแบบของเครือข่ายที่ได้ ก่อให้เกิดกระบวนการของกลุ่มจัดการที่พัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนตามบริบทของท้องถิ่นเพิ่มขึ้น กล่าวคือ
1. มีแผนงาน (plan)
2. มีการดำเนินงานตามแผนอย่างเป็นรูปธรรม (do)
3. มีการประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ (check)
4. มีการนำผลการดำเนินงานมาจัดทำโครงการอย่างสม่ำเสมอ
5. มีการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (continuous improvement)
6. มีการพัฒนางานจนเป็นรูปแบบการทำงานแนวใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ (breakthrough / innovation)
ครือข่ายต่างๆ ของท้องถิ่นเหล่านี้ เป็นแหล่งเรียนรู้หรือเครือข่ายชุมชนและการนิเทศงานชุมชน เป็นพื้นที่ตัวอย่างของการฝึกงาน/ศึกษาดูงาน / การถ่ายทอดความรู้ โดยการใช้สื่อท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเชิงกระบวนการได้ส่งเสริมให้มีการทำงานเป็นทีม ได้แนวคิดในการปรับวิธีการทำงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ได้วิธีการสื่อสารระหว่างบุคคล เกิดการเรียนรู้ในพื้นที่แบบออลไลน์ ได้วิธีการสรุป การถอดบทเรียนในเวที การทบทวนหลังจากการปฏิบัติการ และการระดมชุมชน เช่น การสำรวจชุมชนด้วยวิธีการที่เหมาะสมอื่นๆ ชุมชนเป็นห้องแล็บของสังคม (social lab) ที่บริหารจัดการเฉพาะเรื่อง เช่น การสัมภาษณ์เดี่ยวๆ การจัดการพูดคุยเป็นกลุ่ม เป็นต้น