โจทก์คราวนี้ของคุณขจิตยากจัง
- เหมือนที่เราคุยกันในหลักการครับ ปรัชญาเรื่องการสอน เราควรเน้นการสอนวิธีตกปลา(สอนให้คิด)ให้เด็ก เพื่อที่เมื่อเด็กจบไปก็จะได้ตกปลากินเองเป็น ในขณะที่วิธีการสอบคือการวัดว่าเด็กคนไหนได้ปลามามากที่สุด (เน้นการจำ มากที่สุด) แทนที่จะเป็นการไปดูว่าวิธีการที่เด็กปฏิบัติในการตกปลาถูกต้องหรือไม่ (กระบวนการคิดของเด็ก) ผมก็เลยต้องตั้งคำถามต่อเนื่องว่า จริงๆแล้วอาจารย์ผู้สอนนั้นตกปลากินเองเป็นหรือไม่ เพราะวิธีการได้ปลาของอาจารย์ผู้สอนก็มาจากวิธีการรับมาจากครูเหมือนกัน ผมคิดว่าการสอนให้เด็กคิด มันเป็นศาสตร์และศิลป์ มันน่าจะมีแนวทางวิธีการทำ ที่น่าสนใจ มากกว่าการเรียนในห้องเรียนของนักศึกษาที่จะจบไปเป็นคุณครู แล้วปล่อยให้คุณครูใหม่เหล่านี้ไปหาวิธีการกันเอาเอง โดยวิธีการที่ต้องใช้ในการสอนให้เด็กคิด มันไม่เคยมีอยู่ในบทเรียนของการเรียนครู
- ส่วนเรื่องการกวดวิชา เป็นเรื่องธรรมดาของระบบการศึกษาที่มี สองมาตรฐาน หากโรงเรียนมีมาตรฐานไม่เท่ากัน เป็นใครก็ต้องเลือกให้เด็กของตัวเองได้เรียนในที่ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ เมื่อทำไม่ได้ ก็ต้องพึ่งโรงเรียนกวดวิชา เพื่อดึงให้เด็กมีมาตรฐานความรู้สูงขึ้น ทางแก้ในเรื่องนี้คือทำมาตรฐานของโรงเรียนให้เท่าเทียมกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยาก ยิ่งกว่าการงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก ในอีกแนวทางหนึ่งหากการวัดผลไม่มุ่งเน้นที่ความจำ แต่หันมามุ่งเน้นที่กระบวนการคิด ผมคิดว่าช่องว่างระหว่างมาตรฐานของโรงเรียนน่าจะลดลง เพราะความจำกัดทางด้านทรัพยากรต่างๆทางการศึกษา ไม่น่าจะสัมพันธ์กับแนวทางในการสอนให้เด็กคิดเองเป็น ทำเองเป็นได้
- ผมเห็นเด็กๆตัวเล็กๆ แบกกระเป๋าไปโรงเรียนกันหลังตุง ก็เคยพยายามบอกให้จัดตารางสอน แต่เขาก็บอกว่ามันต้องใช้ทุกเล่ม ก็เลยไม่รู้ว่าจะว่าอย่างไร
- ในบ้านเรา ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีหรือไม่ที่เด็ก ป.1 ในโรงเรียนเอกชน อ่านหนังสือกันออกแล้ว เด็ก ป 2 บวกลบเลขกันได้แล้ว เด็ก ป 3 คูณหารเลขได้แล้ว ทุกวันเต็มไปด้วยการบ้านชนิดที่เด็กง่วงแล้วก็ยังทำการบ้านไม่เสร็จ ในขณะที่เด็กเมืองนอกเรียนกันสบายๆ ไม่มีการบ้านให้ปวดหัวมากนัก จะป 2 หรือ ป 3 ก็ไม่ต้องไปปวดหัวกับตัวเลขให้มากนัก วันๆเห็นเล่นกันสนุกสนาน เรียนไปเรียนมายังไงก็ไม่รู้ ไอ้เจ้าเลขที่เด็กเราเคยทำได้ดีกันมาก่อน กลายเป็นทำกันไม่ค่อยได้ จนบางคนเข้าขั้นเกลียดวิชาคำนวณกันไปเลย ในขณะที่เด็กเมืองนอก กลับมาคำนวณได้ดีแซงหน้าเด็กไทยไปเลย ทั้งๆที่ตอนเล็กๆ ก็ไม่เห็นจะต้องมีการบ้านอะไรมากมาย ผมเคยเห็นงานวิจัยเรื่องหนึ่งที่เคยบอกว่า เด็กไทยมีระดับ ไอคิว ไม่ด้อยกว่าเด็กต่างชาติ แต่พอยิ่งเรียนสูงขึ้นเด็กไทยเรากับมีไอคิวลดลง ในขณะที่เด็กต่างชาติไอคิวเขามีแต่สูงขึ้นหรืออย่างน้อยก็ไม่ลดลง
- อย่างนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเล่าสู่กันฟังดี หรือบ่นให้ฟังดี