การดูแลผู้ป่วยในภาวะใกล้ตายและการตาย
จากหนังสือ “บนเส้นทางธรรม ฝ่าวิกฤตชีวิต” สามารถนำหลักธรรมและข้อคิดที่ได้มาใช้ ในการดูแลผู้ป่วยในภาวะใกล้ตายและการตายได้อย่างดียิ่ง
เนื่องจากจำนวนประชากรสูงอายุที่มีมากขึ้น และเผชิญกับโรคเรื้อรังต่างๆมากมาย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบบริการที่จะดูแลกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆในระยะใกล้ตายและการตาย โดย
สร้างระบบที่มีความชัดเจนและเชื่อมโยงอย่างองค์รวม ให้ความสนใจด้านจิตใจและจิตวิญญาณมากขึ้น
สร้างทีมงานที่จะทำงานในการดูแลผู้ป่วยภาวะใกล้ตายและการตายให้มีความชัดเจนขึ้น และเป็นรูปธรรม
ซึ่งในโรงพยาบาลนิคมคำสร้อยได้เริ่มการดำเนินงาน โดย การทำงานของชมรมจริยธรรมของโรงพยาบาลเป็นหลัก มีการเชื่อมโยงกิจกรรมระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ ญาติ และผู้ป่วย โดยยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เช่น สวดมนต์เย็น ธรรมะเสียงตามสาย ตักบาตรทุกวันศุกร์ บริจาคทาน และ สมาธิบำบัดกับการดูแลผู้ป่วย
จากหนังสือ “บนเส้นทางธรรม ฝ่าวิกฤตชีวิต” ทำให้ได้หลักข้อคิดเพื่อมาใช้ในการทำงานของทีมการดูแลผู้ป่วยในภาวะใกล้ตายและการตาย ได้ดังนี้
1. เราสามารถที่จะต่อสู้กับโรคร้ายได้ระดับหนึ่ง ถ้าเรามีความเข้มแข็งพร้อมที่จะสู้ ยอมรับอย่างสงบ
2. จิตใจสงบ ทำให้มีสติอยู่กับปัจจุบันยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เชื่อในผลกรรม ทำดีได้ดี
3. ยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน และ การเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องของสังขาร ซึ่งเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา
4. สิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องทำใจในช่วงสุดท้ายของชีวิต คือ สติยอมรับอยู่กับปัจจุบัน
5. พลังแห่งความรักไม่ว่าจากเราที่มีต่อคนอื่นหรือจากคนอื่นที่มีต่อเรา โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ดูแลกัน เป็นพลังที่ทำให้เกิดความเข้มแข็งและพร้อมต่อสู้กับความเจ็บปวดต่างๆได้ในระดับหนึ่ง
6. การบริการด้วยความรัก ความเมตตา ความตั้งใจจริง เอาใจใส่ ดูแล เอื้ออาทร ห่วงใยทั้งจากญาติมิตร แพทย์ และพยาบาลจะช่วยให้ผู้ป่วยมีความกลัวน้อยลง จิตใจเข้มแข็งมั่นคงขึ้น
หลักธรรมและข้อคิดเหล่านี้ทำให้สามารถจัดบริการการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจ ประกอบด้วย
1. การให้ความรัก
2. การช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับความตายที่จะมาถึง
3. การช่วยให้จิตใจผู้ป่วยจดจ่อกับสิ่งดีงาม
4. การช่วยให้ผู้ป่วยปล่อยวางสิ่งต่างๆ
5. การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อความสงบทางใจ