เรียนอาจารย์ชนินทร์ ผมได้รับความกรุณาจาก ทพญ.อารยา รพ.ท่าตูมที่ส่งหนังสือของ อ.กานดา มาให้เมื่อสัปดาห์ก่อน (เนื่องจากหนังสือที่ อ.ชนินทร์ส่งมาให้ จนท.ผู้หวังดี ส่งไปห้องสมุดของโรงพยาบาล เลยยังไม่สามารถติดตามกลับคืนมาได้ เลยต้องขอความกรุณาจาก คุณหมออารยา) ผมอ่านจบไปเมื่อวันจันทร์ หลังจากอ่านแล้วรู้สึกว่า ชีวิตไม่แน่นอน ต้องอยู่ในความไม่ประมาท ตลอดเวลา เพราะถึงแม้ว่าเราจะเป็นหมอก็ตาม ก็หลีกหนี ความจริงแห่งชีวิตไม่ได้ ประเด็นที่ผมพอจะสรุปแลกเปลี่ยนดังนี้ครับ
1.เมื่อญาติหรือคนในครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง ควรพลิกวิกฤต เป็นโอกาสในการถ่ายทอดความรัก ความใส่ใจ พยายามทำให้รู้สึกเป็นปกติให้เร็วที่สุด เพื่อลดความกังวลลง และพร้อมรับสถานการณ์ของการพลัดพรากที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้
2.เมื่อตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรง (ซึ่งบางครั้งยากสำหรับการปรับตัว และอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว ถ้ายังไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง) มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
2.1. การยอมรับในการเปลี่ยนแปลง เมื่อพบว่ามีความผิดปกติหรือโรคที่สำคัญที่เปลี่ยนชีวิต เช่นโรคมะเร็ง ส่งแรกก็คือต้องตั้งสติ ไม่ต้องนึกถึงสาเหตุหรือโทษโชคชะตา แต่ต้องยอมรับว่ามันสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ และไม่เกี่ยวกับทำบุญมากมากหรือน้อย
2..2 ปัจจัยด้านจิตใจ มีความสำคัญมาก เพราะถ้าจิตใจเข้มแข็ง ต้องการมีชีวิตอยู่แล้วก็จะสามารถเริ่มต้นต่อสู้กับปัญหาทางร่างกายได้ เริ่มจากต้องรักตัวเองก่อน แล้วต่อไปก็รับความรักจากผู้อื่นมาเป็นกำลังใจ
2.3 ต้องปรับเปลี่ยน life style ให้เหมาะสม ไม่เคร่งครัดเกินไป หรือหย่อนยานเกินไป ดังทางสายกลางของพระพุทธองค์ พยายามศึกษาเกี่ยวกับโรคที่เป็นเพื่อรู้เท่าทัน และใช้สำหรับการตัดสินใจในการเลือกการรักษาตามแนวทางที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง
4.เตรียมความพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย และรับมือกับความเจ็บปวด อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการคิดต่อเนื่องไปไกลกว่าปัจจุบันที่สร้างความทุกข์เพิ่มขึ้น
5.มีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่ เป็นโอกาสที่จะให้และรับความรักจากผู้อื่น และพร้อมที่จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ
ในแง่ของการให้บริการทางสาธารณสุข palliative care ก็ควรจัดให้มีการปรึกษาหารือร่วมกับของผู้ป่วย ญาติ และผู้ให้การรักษา เป็นระยะ เพื่อร่วมกับตัดสินใจเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้ายนี้
สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากหนังสือของ อ.กานดา คือ ผมต้องพยายามเข้าใจและพร้อมรับความรู้สึกของผู้ป่วยและญาติ เพราะเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นกับครอบครัวของผมเองเมื่อไรก็ได้ การเอาใจเขามาใส่ใจเราจะช่วยทำให้การรักษาแบบประคับประคอง ผ่านไปได้ด้วยดี และทำให้ผมไม่ประมาท ให้คิดถึงเสมอว่าโรคหรือความผิดปกติใด ๆ สามารถเกิดกับเราเองได้เช่นกัน หรือแม่กระทั่งเราอาจจะจากโลกนี้ไปเมื่อไรก็ได้ ชีวิตต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาทตลอดเวลา
ขอบคุณครับ
กสิวัฒน์