ผ่านมาพบ เลยอดที่จะแสดงความคิดเห็นไม่ได้ ผมเองก็อายุใกล้เคียงกับอาจารย์ ธวัชชัย ล่ะครับ ได้ส่งเรื่องขอ ผศ ไป ประมาณ หนึ่งปี และก็ได้ติดตามอยู่เรื่อยๆ รวมรวมแล้วก็ประมาณ สิบครั้ง แต่ละครั้งในการติดตามก็ไม่ได้คำตอบอะไรมากมายหรอก และตอนที่เราจะติดตาม (โทรถาม และเดินเข้าไปถามที่ กจ เอง) เราต้องตั้งสติให้ดีก่อนครับ และตอนนั้นเราต้องอารมณ์ดีด้วย เนื่องจากว่าถ้าเราถามดีๆ แต่ตอบกวนๆ เราจะได้มีสติมากขึ้น และจะจำไว้เสมอว่าเราจะไม่แสดงความคิดเห็นมาก เพียงแค่อยากรู้ว่า สถานะของเอกสารผมไปอยู่ที่ไหนแล้ว และวันไหนจะให้โทรมาถามได้อีก ซึ่งก็มีหลายสิ่งอึดอัดใจ แต่ก็พูดไม่ได้ครับ คิดว่า พูดไปก็มีแต่เสีย เลยไม่พูดดีกว่า

สำหรับผมวันนี้ก็ใกล้ที่จะได้รับจดหมายตอบกลับแล้ว ว่าผลการพิจาณาเป็นอย่างไร จากการที่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอมาปี กับอีกนิดๆ

ซึ่งผมคิดว่ามันนานเกินไปครับ น่าจะ หกเดือนทราบผบประมาณนั้น คงจะเหมาะสมมาก แต่ถ้ามองกันอีกอย่างเจ้าหน้าที่ใน กจ ในหน่วยงานของมหาลัยก็น้อยครับ ตามที่เคยเจอมา เห็นเจ้าหน้าที่ประมาณ ไม่เกิน ยี่สิบคน (ใน กจ) แต่ว่าอาจารย์ทั้งหมดประมาณ 500 คน ซึ่งก็อาการหนักครับที่จะทำได้รวดเร็วและตามใจอาจารย์ได้ทุกคนอย่างดี

ปัญหานี้จะต้องให้ผู้บริหารมหาลัยครับ เป็นคนแก้ไข ถ้าระบบไม่ดี ก็ต้องแก้ไขระบบเลยครับ กฎหมายแก้ได้ แต่กฎหมู่แก้ยากครับ แต่ผมคิดว่าปัญหาคนใน กจ ครับ ปล่อยปะละเลยไม่ติดตามเรื่อง และแจ้งให้อาจารย์ทราบ ว่า สถานะการขอกำหนดตำแหน่งของอาจารย์เป็นยังไง ถ้าจะให้ดีจะต้องมีการรายงาน หรือทำหนังสือแจ้งความคืบหน้าให้อาจารย์ได้ทราบ

แต่ในส่วนตัวผมก็คิดอีกอย่างครับว่า คนรุ่นเก่า ชอบคิดแบบเก่าๆ และรับไม่ได้ที่อาจารย์รุ่นใหม่ไฟแรง ก้าวหน้าในการทำงานมากกว่า เลยไม่ค่อยสนับสนุน พอพูดคำนี้ คำว่า ไม่สนับสนุนเท่านี้แหละครับ การก้าวหน้าของอาจารย์จะกลายเป็นการหน่วงแล้ว

สุดท้ายนี้ผมขอให้กำลังใจอาจาย์ครับ ในฐานะเป็นอาจารย์เหมือนกัน แต่อยู่ต่างมหาลัย และอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกับ ผศ เพื่อจะได้เพิ่มกำลังงใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติได้มากๆ ต่อไป