ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีภัทราจารย์อีกท่านหนึ่งนะครับ
ที่มอบวิทยาทานแก่สรรพศิษย์ทางอินเทอร์เนต
หลังจากที่อ่านแล้ว ผมก็เกิดความเห็นบางประการ
หมายที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ มิใช่อวดอ้างความรู้ เพื่อ "ล้างครู นะครับ
ก็... ขออนุญาติ แสดงความคิดเห็นนะครับ
จริงๆ แล้ว ภาษาที่เรียกว่าภาษาบาลีนั้น เดิมแล้วไม่ใช่ภาษาบาลี
และก็ไม่ได้เรียกว่าภาษามคธี
เนื่องจากพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นปราชญ์ตะวันออกสายภาษาบาลี
ไม่เรียกภาษาชนิดนั้นว่าภาษาบาลี หรือภาษามคธี
แต่ยัง "ไม่สามารถ" สืบสร้างกลับไปได้ว่า เรียกว่าภาษาอะไร
ทว่า "ความเข้าใจของคนไทย" ส่วนใหญ่คิดว่า
ภาษาบาลี คือภาษามคธี หรือภาษาที่ใช้ในแคว้นมคธ
แม้แต่พระสงฆ์เองก็ตาม เพราะการสอบเปรียญ
จะมีการ "แปลไทยเป็นมคธ หรือ แปลมคธเป็นไทย"
แต่เมื่อพิจารณาแล้ว จะพบว่า ภาษาที่เราเรียกว่าภาษาบาลีนั้น
ไม่ได้มีเฉพาะไวยกรณ์ของแคว้นมคธ หากแต่ยังมีความเกี่ยวข้อง
หรือมีลักษณะสัมพันธ์กับแคว้นอื่นๆ ด้วย
อีกประการหนึ่งคือ ภาษาบาลี และภาษาสันสกฤตเป็นภาษาตระกูลเดียวกัน
และมีความสัมพันธ์บางประการต่อกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถสังเกตได้จากภาษาสันสกฤต คือ ความใหม่กว่า
เนื่องจากภาษาบาลีมีข้อยกเว้น หรือความสามารถในการ "ลักลั่น"
มากกว่าภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นแบบแผนกว่า เนื่องจากภาษาสันสกฤต
เป็นภาษาที่เกิดขึ้นภายหลังภาษาบาลี เพราะฉะนั้น
หากต้องการเข้าใจ "ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต" อย่างชัดเจนแล้ว
ผมเห็นว่าง... ควรอธิบายภาษาบาลีก่อน จึงต่อด้วยสันสกฤต
นอกจากนี้แล้วนะครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมว่า...
สังคมไทยมีการใช้ทั้งภาษาบาลีและสันสกฤตก็จริง
แต่เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่า "สังคมไทย" ใช้ภาษาสันสกฤตมากกว่าภาษาบาลี
เนื่องจากภาษาสันสกฤตไพเราะกว่า ส่วนภาษาบาลีก็มีใช้เช่นกัน
แต่จะมากใน "สังคมศาสนา" โดยสังเกตจากบทสวด หรือฉายาต่างๆ
รวมไปถึง มีนักปราชญ์บางท่านกล่าวว่า
ภาษาทั้งสอง ยัง "ไม่ตาย" เนื่องจากมีแคว้นบางแคว้นในอินเดีย
ใช้ภาษาทั้งสองพูดคุยกันในเฉพาะเวลา
รวมถึงหาก นำคำกล่าวที่ว่า "ภาษาที่ยังใช้สื่อสาร คือภาษาที่ยังไม่ตาย" ไปจับ
จะพบว่า ภาษาทั้งสองก็ยังใช้สื่อสารอยู่
เพียงแต่เปลี่ยนสถานะจาก คนกับคน ไปเป็น คนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เท่านั้นเอง
ก็มีเท่านี้แหละครับ ขอบคุณมากครับ
ที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความรู้ และความคิดเห็น