เรื่อง ความเป็นจริงในโรงเรียนวัดทุ่งคอก

เรียน ท่านคณะกรรมการนิเทศโรงเรียนในฝัน ระดับเขตตรวจราชการ (Roving Team)
       รับผิดชอบจังหวัดนครปฐมและจังหวัดสุพรรณบุรี

       ตามที่ได้อ่านการประเมินของท่านคณะกรรมการทั้งหลายแล้วนั้น ทำให้ทราบว่าไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงเลยเพราะว่า การเรียนการสอนของโรงเรียนทุ่งคอกยังด้อยการพัฒนาอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ระดับครูลงไป ครูที่ดีมีน้อย ครูที่ชั่วมีเยอะ (ไม่สอนหนังสือถึงสอนได้ก็สอนไม่เป็น ไม่มีการใช้การสอนแบบการใช้จิตวิทยากับเด็กใช้แต่ความรุ่น อาทิเช่น ตบหัวเด็ก หยิกเด็ก และในแต่ละวันเอาที่จะต้องสอนหนังสือเด็กนั่งนินทากันเอง แบ่งเป็นพรรคเป็นพวก เด็กก็เลยอ่านไม่ออกกันเยอะ) ซึ่งตรงกันข้ามกับที่ประเมินมาว่า เด็กตอบข้อซักถามได้อย่างคล่องแคล้ว เพราะเด็กที่สามารถตอบข้อซักถามได้มีน้อยมาก ส่วนมาจะถูกนำมาจัดฉาก ทำเป็นชูโรง เพื่อให้เห็นว่าโรงเรียนวัดทุ่งคอกนั้นมีประสิทธิภาพ และกิจกรรมที่นำเสนอว่าเป็นจุดเด่นนั้น เด่นแค่เฉพาะวันที่ประเมินนั้นวันเดียว วันที่ไม่มาประเมินและวันอื่น ๆ ไม่เคยเป็นอย่างที่เห็นเลย เพราะเท่าที่เห็นตามความเป็นจริง ในแต่ละวันมันไม่ใช่อย่างที่ประเมินเลย เค้าสั่งผักชีมาประมาณ 10 คันรถ แล้วก็โรยทั่วโรงเรียนทุ่งคอก เฉพาะวันที่มีท่านคณะ กรรมการมาประเมินผลโรงเรียน หรือมีคนมาเยี่ยมชมโรงเรียนเท่านั้น ถ้าลองเปิดผักชีดูจะรู้ว่าข้างในมันเน่ามาก จะสวยแค่เฉพาะ ฝักชีข้างหน้าเท่านั้นเอง

       นอกจากนี้การประเมินของท่านคณะกรรมการมองไม่เห็นจุดที่เด่นที่สุดของโรงเรียนวัดทุ่งคอกคือ การสอนให้เด็กทุกชั้นเรียนให้เป็นภารโรง ทำตั้งแต่เด็กชั้นอนุบาลจนถึงระดับมัธยม เลยไม่ทราบว่าไม่มีงบที่จะจ้างภารโรง มาทำความสะอาดทั้งโรงเรียนเลยหรืออย่างไร เพราะทั้งโรงเรียนมีภารโรงที่ตัดต้นไม้เป็นอยู่แค่คนเดียว ถ้าให้เด็กทำความสะอาด เฉพาะในห้องเรียนก็ไม่แปลก แต่นี่ให้ทำทุกชนิดตั้งแต่หน้าประตูโรงเรียน ห้องเรียน ห้องน้ำห้องส้วม สนามหญ้า และอื่น ๆ และจุดเด่นอีกข้อหนึ่งนั้น คือการสอนเน้นไปทางด้านเกษตรเยอะ เพราะเวลาถามเด็กตอนกลับจากโรงเรียน เด็กจะตอบกลับมาว่า วันนี้ครูไม่ได้สอนอะไรเลย ให้แต่ปลูกผัก ทำสวน พรวนดิน ถึงว่าเด็กโรงเรียนวัดทุ่งคอกจบมาถึงได้สอบเข้าแค่ม.เกษตร(กร) โดยส่วนมาก

       การที่มาโพสข้อความนี้ ไม่ได้คิดจะให้ร้ายโรงเรียนแต่อย่างใด แต่มันสุดจะทนแล้วจริง ๆ เพราะลูกเรียนอยู่ไม่เคยมีความรู้ กลับมาบ้านเลย ตอนส่งลูกก็ว่าส่งเป็นคนไป แต่ตอนกลับมาไม่ทราบแปลงกระบือกลับมาบ้านได้อย่างไร (ยิ่งเรียนลูกยิ่งโง่ลง) เพราะลูกบอกว่าครูไม่ค่อยสอนหนังสือเลย ก็เลยคิดว่าครูคงจะสอนไม่เป็น จริง ๆ แล้วถ้าเป็นเช่นนี้ โรงเรียนควรจะนำคุณครู ไปสอนกันให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับมาสอนเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ที่ดี ความรู้ทางการ ศึกษา มารยาททางสังคม นิสัยที่ดี ความไม่ก้าวร้าว ความมีคุณธรรม ความมีน้ำใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาจากครูที่นี้ ได้เลย หาได้น้อยคนมาก ครูดีก็มี (น้อย) ครูไม่ดีล้นโรงเรียน เลยทำให้ไม่ทราบว่าการที่ท่านคณะกรรมการทั้งหลายประเมิน ออกมานั้นสามารถเชื่อได้จริงหรือเปล่า เพราะตามที่เด็กบอก และเท่าที่เห็นเองและผู้ปกครองท่านอื่นพูดอีกหลายคนมาก แต่พวกเค้าทั้งหลายไม่สามารถออกมาบอกแบบนี้ได้ เพราะเค้าไม่มีความรู้พอ และการมาประเมินนั้นไม่ควรจะแจ้งให้ที่โรงเรียน ทราบก่อนล่วงหน้าว่าพวกท่านจะมาประเมิน เพราะก็จะมีการซื้อผักชีเกิดขึ้นอีกทั้งตลาดทุ่งคอก ทำให้ภาวะผักชีขาดตลาดเกิดขึ้น เป็นปัญหาของผู้ซื้อ ผู้ขาย และของสังคมต่อไปในอนาคต

       จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการโพสข้อมูลนี้ อาจจะทำให้ท่านคณะกรรมการทั้งหลายนำการประเมิน ของท่านกลับมาคิดใหม่ สิ่งที่ท่านเห็นอาจจะไมใช่สิ่งที่ใช่ก็ได้ แต่สิ่งที่ใช่ท่านอาจจะมองไม่เห็นก็เป็นไปได้ จักขอบคุณยิ่งมา ณ โอกาสนี้ (ถ้าท่านประเมินใหม่อีกครั้งด้วยความเป็นจริงและยุติธรรม)

                                                 ขอแสดงความนับถือ

 

                                                 ผู้ปกครอง(ที่มีหัวคิด)
                                                (ผู้ปกครอง(ที่มีหัวคิด))

 

ปล...ถ้าท่านคิดว่าท่านเชื่อในการโพสนี้อยากจะติดต่อกลับ ก็ขอให้ท่านโพสเบอร์โทรศัพท์กลับมาก็ได้ เพราะว่าใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน และจะเช็คข้อความนี้ไปเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่มีการปรับปรุงบุคลากรในโรงเรียนให้ดีขึ้น ข้อความก็อาจจะไปอยู่ในกระทู้ร้องทุกข์ของกระทรวงศึกษาธิการได้ เพราะความจริงย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น