หมวด ๔
การดำเนินการของคณะกรรมการ
มาตรา ๒๖ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม
มติของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุม ในการลงคะแนนกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
มติของที่ประชุมในกรณีให้สมาชิกสามัญพ้นจากสมาชิกภาพเนื่องจากขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑(๔) ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น
การประชุมคณะอนุกรรมการให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
มาตรา ๒๗ สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการ หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ในเรื่องใดๆ ก็ได้
มาตรา ๒๘ มติของที่ประชุมคณะกรรมการในเรื่องต่อไปนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษก่อน จึงจะดำเนินตามมตินั้นได้
(๑) การออกระเบียบหรือข้อบังคับ
(๒) การกำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ให้นายกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เสนอมติตามวรรคหนึ่งต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษอาจมีคำสั่งยับยั้งมตินั้นได้ ในกรณีที่มิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่ง (๑) ภายในสามสิบวัน หรือมิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่ง (๒) ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติที่นายกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เสนอ ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบมตินั้น
ในกรณีสภานายกพิเศษยับยั้งมติใด ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับการยับยั้ง ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น ก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้
หมวด ๕
ลักษณะงานสังคมสงเคราะห์ที่ต้องควบคุมและส่งเสริม
มาตรา ๒๙ ให้ลักษณะงานสังคมสงเคราะห์ต่อไปนี้ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ซึ่งต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในการปฏิบัติงาน
(๑) งานสังคมสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา กฎหมายว่าด้วยคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยจัดตั้งศาลเยาวชและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว กฎหมายว่าด้วยฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือตามที่กฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์
(๒) งานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ หรือสถานพินิจและคุ้มครอง เรือนจำ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานฟื้นฟูและพัฒนาหรือสถานที่อื่นทำนองเดียวกันในหน่วยงานของรัฐในส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ประชาชน
(๓) งานสังคมสงเคราะห์ในหน่วยงานของรัฐนอกจาก (๑) และ (๒) ที่คณะอนุ ก.พ.กระทรวง หรือองค์กรบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายกำหนดตำแหน่งสายงานนักสังคมสงเคราะห์
(๔) งานสังคมสงเคราะห์อื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา ๓๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๙ ให้ลักษณะงานสังคมสงเคราะห์ต่อไปนี้ ให้ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการ
(๑) งานซึ่งเป็นการช่วยเหลือประชาชนตามหน้าที่พลเมืองดีอันเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม
(๒) งานซึ่งนักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรม ซึ่งทำการฝึกหัด หรือฝึกอบรมในความควบคุมของสถาบันการศึกษาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ของรัฐหรือที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จัดตั้งสถาบันทางสังคมสงเคราะห์ของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาหรือสถาบันทางสังคมสงเคราะห์อื่น
(๓) งานซึ่งหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรภาคเอกชนมอบหมายให้บุคคลปฏิบัติหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์
(๔) งานซึ่งเป็นการประกอบอาชีพสังคมสงเคราะห์ของที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการ หรือผู้สอนในสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชน
(๕) งานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพกำหนด
มาตรา ๓๑ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการ ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สาขาต่าง ๆ ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้แก่ตน เว้นแต่ผู้นั้นเป็นผู้ได้รับหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สาขานั้น ๆ จากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ หรือที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับรอง หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ซึ่งมีคุณสมบัติที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา ๓๒ การขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สาขาต่างๆ และหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
มาตรา ๓๓ ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตต้องเป็นสมาชิกสามัญแห่งสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๑ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
เมื่อสมาชิกภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ผู้ใดสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๕ ให้ใบอนุญาตของผู้นั้นสิ้นสุดลง
มาตรา ๓๔ ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ต้องประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามข้อบังคับ และต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ด้วย
มาตรา ๓๕ ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ
บุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ
มาตรา ๓๖ ข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ให้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทยและอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(๑) จรรยาบรรณต่อตนเอง
(๒) จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
(๓) จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
(๔) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพ
(๕) จรรยาบรรณต่อสังคม
การกำหนดแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
มาตรา ๓๗ โทษการประพฤติผิดจรรยาบรรณ มีดังต่อไปนี้
(๑) ตักเตือนเป็นหนังสือ
(๒) ภาคทัณฑ์
(๓) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี
(๔) เพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๓๘ ให้มีคณะกรรมการจรรยาบรรณ ประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งคณะกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ จากผู้ซึ่งมีความเที่ยงธรรมและมีความซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) เป็นสมาชิกสามัญ
(๒) ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์มาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาตามที่กำหนดในข้อบังคับ
(๓) ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
(๔) ไม่ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์หรือเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้
ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณเลือกกรรมการจรรยาบรรณด้วยกันคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการและจะให้มีผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่คณะกรรมการจรรยาบรรณกำหนดก็ได้
มาตรา ๓๙ ให้กรรมการจรรยาบรรณมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
ให้กรรมการจรรยาบรรณซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการจรรยาบรรณใหม่จะได้รับแต่งตั้ง
มาตรา ๔๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้กรรมการจรรยาบรรณพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๘
(๔) คณะกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่มาประชุมและต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ในกรณีที่ตำแหน่งว่างลงกอนครบวาระ ให้คณะกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษวิชาชีพสังคมสงเคราะห์แต่งตั้งกรรมการจรรยาบรรณแทนตำแหน่งที่ว่างไปก่อน และให้กรรมการจรรยาบรรณซึ่งได้รับแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งได้เท่าวาระของกรรมการที่ตนแทน
มาตรา ๔๑ เมื่อมีผู้กล่าวหาหรือปรากฏต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณว่าผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณ ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณดำเนินการสอบสวนพิจารณาโดยเร็ว
สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง สิ้นสุดลงเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวหารู้เรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณและรู้ตัวผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ ทั้งนี้ไม่เกินสามปีนับแต่วันที่มีการประพฤติผิดจรรยาบรรณนั้น
การยื่นคำกล่าวหา การสอบสวน และการพิจารณาเรื่องจรรยาบรรณให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
ในการดำเนินการสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณ คณะกรรมการจรรยาบรรณจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการแทนก็ได้ โดยประกอบด้วยกรรมการจรรยาบรรณอย่างน้อยหนึ่งคนและอนุกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๓๘ (๑) (๓) และ (๔) ตามจำนวนที่เห็นสมควร
ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ ให้กรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการ มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา แต่ถ้าเป็นการมีคำสั่งต่อบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษหรือผู้ซึ่งสภานายกพิเศษมอบหมาย
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการจรรยาบรรณหรืออนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
เมื่อคณะอนุกรรมการทำการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้เสนอเรื่องพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณา
การถอนเรื่องการกล่าวหาที่ได้ยื่นหรือแจ้งไว้แล้วนั้น ไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระบัญญัตินี้
มาตรา ๔๒ เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาจากผลการสอบสวนแล้วมีมติว่าผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณ ให้มีคำสั่งลงโทษผู้นั้นตามมาตรา ๓๗
ในกรณีที่คณะกรรมการจรรยาบรรณมีมติว่าผู้ถูกกล่าวหามิได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณให้สั่งยกคำกล่าวหา
การออกคำสั่งลงโทษตามวรรคหนึ่งหรือการออกคำสั่งยกคำกล่าวหาตามวรรคสอง ให้ประธานกรรมการจรรยาบรรณแจ้งคำสั่งให้ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาทราบเป็นหนังสือส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
มาตรา ๔๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณมีคำสั่งลงโทษตามมาตรา ๓๗ อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่ง
การอุทธรณ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ
คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้ทำเป็นคำสั่งสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาดและให้ถือเป็นที่สุด
การอุทธรณ์คำสั่งไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษ เว้นแต่คณะกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะสั่งเป็นอย่างอื่น
มาตรา ๔๔ ให้นำความในมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการจรรยาบรรณและคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยอนุโลม
มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ แสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
มาตรา ๔๖ ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นสามปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผู้นั้นจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตในครั้งต่อๆ ไปได้อีกต่อเมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต