ความเห็น


บทเรียนบางประการจากเวทีคนหนองบัว

กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล คนหนองบัว และเครือข่ายกัลยาณมิตรทุกท่านครับ

อ้างอิง : Comment ๖๒ บันทึก 'เวทีเรียนรู้สร้างสุขภาวะคนหนองบัว'

  • ร่วมแสดงความยินดีกับพระคุณเจ้าด้วยครับ ผมก็รู้สึกดีใจอย่างที่พระคุณเจ้าสะท้อนออกมาครับ
  • แล้วก็เห็นด้วยอย่างมากครับว่ารู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับพระคุณเจ้าและทุกท่าน ทำเวทีคนหนองบัวในบล๊อก GotoKnow อย่างนี้ขึ้นมา ซึ่งริเริ่มกันด้วยความมีจิตใหญ่ ทว่า ทำกันไปตามกำลัง แต่คิดว่ามีส่วนทำให้ความเป็นชุมชนหนองบัวในโลกของความรู้และยุคข้อมูลความสาร สามารถมีอัตลักษณ์ เห็นการดำรงอยู่ เห็นความมีอยู่  มองเห็นและสัมผัสได้ทั้งจากคนหนองบัวเองและจากโลกภายนอก จากที่แต่เดิมชุมชนหนองบัวเราดูเป็นบ้านนาป่าดง ห่างไกลจากความรับรู้ของผู้คนทั่วไปมากๆ

  เป็นเอกลักษณ์และหนึ่งเดียวของประเทศ 

  • โดยเฉพาะนอกเหนือจากแหล่งข้อมูลที่ราชการทำขึ้นมาแล้ว เมื่อหาความเป็นชุมชนอำเภอที่เป็นความเคลื่อนไหวของประชาชน เวทีคนของชุมชน หรือเวทีพลเมืองแล้ว ลองสำรวจดู ก็จะเห็นมีเวทีที่ช่วยกันทำอย่างนี้ก็แต่เวทีนี้แห่งเดียวในประเทศก็ได้กระมังครับ ชุมชนบ้านนอกกว่าเพื่อนก็อาจทำบางสิ่งที่นำหน้าชุมชนอื่นๆได้นาครับจะว่าไป 

  ที่สุดของประเทศ 

  • รวมไปจนถึงชุมชนเล็กๆอย่างบ้านตาลินและโรงเรียนวันครู (๒๕๐๔) ซึ่งนำร่องให้เป็นภาพเชิงลึกของชุมชนอำเภอหนองบัวนั้น ผมกล้าพูดได้ว่า ในจำนวนชุมชนของโรงเรียนวันครู (๒๕๐๔) ในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ๕ แห่งนั้น เรื่องราว ความเป็นวันครูและโรงเรียนวันครูกับความสำคัญต่อพัฒนาการศึกษาของสังคมไทย รวมทั้ง โรงเรียนวันครู (๒๕๐๔) กับ วัด ผู้นำชุมชน และชุมชนโดยรอบ ที่บ้านตาลิน ของอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ของเรา ณ วันนี้ รอบด้านที่สุดในประเทศครับ ลองคลิ๊กไปดูได้ตามลิ๊งค์ตัวสีแดงข้างบนทั้ง ๒ ลิ๊งค์ครับ 

 มองเห็นและสัมผัสได้อย่างไร้พรมแดน

  • หากใส่คำค้น แล้วค้นหาด้วยกูเกิ้ล ด้วยคำว่า เวทีพลเมือง / เวทีคนหนองบัว คนหนองบัว / อำเภอหนองบัว / โรงเรียนวันครู (๒๕๐๔) / บ้านตาลิน เหล่านี้ ก็จะเห็นตัวตนของคนหนองบัวได้ทันทีจากโลกไซเบอร์ครับ แล้วไม่ใช่เห็นแค่ข้อมูลแข็งๆครับ แต่เห็นมิติของชีวิตจิตใจ เรื่องราวของอำเภอ เรื่องราวของผู้คน องค์ความรู้ชุมชนท้องถิ่น แล้วก็มีข้อมูลและวัตถุดิบเพื่อนำไปจัดการความรู้พัตนาสิ่งสร้างสรรค์ต่างๆได้อีกมากมายครับ

 หลายอย่างเป็นต้นเรื่อง

  • บางเรื่องเป็นประเด็นที่ก้าวล้ำยิ่งกว่าเรื่องทั่วไปที่สังคมคุยกันจากข่าวสารประจำวันเสียอีกครับ เช่น เรื่องคุยแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความรู้ และสร้างสัมมาทรรศนะต่อประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และตัวตนของชุมชนด้วยความรู้จากประสบการณ์ชีวิตของบุคคล อย่างเช่นของคุณสมบัติ ฆ้อนทอง พระคุณเจ้า และคุณเสวก ใยอินทร์ ซึ่งทั้งความเป็นเรื่องสร้างสรรค์และความที่ผู้นำเรื่องเหล่านี้มาคุย เป็นคนท้องถิ่นหนองบัว ทว่า มีบทบาทต่องานภาคสาธารณะของประเทศโดยตรงด้วย
  • เรียกว่าเป็นเวทีคนหนองบัวซึ่งเป็นชุมชนท้องถิ่นก็จริง แต่บางเรื่อง กลับเป็นเรื่องที่คนหนองบัวได้ความเป็นต้นฉบับและจากคนต้นเรื่องของประเทศ-นานาชาติ 

 วิถีเรียนรู้แบบปฏิบัติธรรม

  • หลายเรื่องก็เป็นความริเริ่มกันเอง อย่างที่พระคุณเจ้าประมวลข้อมูลให้เห็นภาพรวมของคนที่เข้ามาเสวนากันในเวทีนี้ ตรง คห ๒๖๑ ซึ่งทำให้เห็นกลุ่มคนตั้งหลายคน ก็เป็นการทำไปก็เรียนรู้และสร้างความรู้เกี่ยวกับตนเองไปอย่างง่ายๆแต่มีความพอเหมาะ พอเพียง พอดี มีความหมาย และเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้เกิดความเคารพผู้คน
  • อันที่จริงต้องยกให้เป็นคุณูปการของพระคุณเจ้าครับ เพราะเริ่มต้นมาจากพระคุณเจ้า จนเวทีแรกทะลุไปเกือบ ๕,๐๐๐ คน/ครั้งแล้วครับ ผมเห็นเวทีแรกที่เปิดขึ้นเพื่อรองรับจำเพาะของพระคุณเจ้าซึ่งมีข้อมูลมากและมีคนเข้ามาดูเยอะจนเห็นจะต้องช่วยกันดูแล เลยแตกออกมาเป็นเวทีสาขาแห่งนี้ แล้วก็มีคนเข้ามาดูกว่า ๔,๐๐๐ คน/ครั้งเช่นกันแล้วครับ

                            

                            

                             คุณครูจุฑารัตน์ คนพยุหะคีรี จาก สพท กำแพงเพชร และกัลยาณมิตรของคนหนองบัว และเพื่อร่วมทีม ไปดูงานนิทรรศการรูปเขียน และนั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานกัน ที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งต้องถือว่าเป็นผลสืบเนื่องจากการนำเอาข้อมูลจากเวทีคนหนองบัว ไปจัดกิจกรรมต่อไปอีก จึงทำให้ได้เจอคนเก่งๆที่ทำงานเพื่อเด็กๆและเป็นคนท้องถิ่นนครสวรรค์ (ต้องขออภัยที่แต่เดิมผมเข้าใจว่าเป็นคนหนองบัว แต่เป็นเพื่อนน้องผมและเป็นคนพยุหะคีรี แต่ก็ถือว่าใช่คนอื่นคนไกลครับ)

 จัดการความรู้สู่ความสร้างสรรค์ต่อเนื่องที่เกิดผลดีทั้งต่อท้องถิ่นและต่อสังคม

  • นอกจากเป็นที่สนใจและมีความเคลื่อนไหวดีมากพอสมควรแล้ว ก็ทำให้เกิดกิจกรรมที่ออกไปในทางสร้างสรรค์การเรียนรู้ของสังคม เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามมาอีกหลายอย่างครับ เป็นต้นว่า ผมได้รวบรวมรูปเขียน ที่ดึงข้อมูลจากเวทีนี้มาเขียนนำเสนอเป็นรูปวาด แล้วก็รวบรวมสมทบกับรูปเขียนอื่นๆของผมจากงานวิจัยชุมชนอื่นๆ รวมแล้วได้กว่า ๖๐ รูป แล้วก็จัดแสดงนิทรรศการศิลปะที่อำเภอพุทธมณฑล หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งตอนนี้ตกลงกันว่าจะขยายการแสดงให้คนเข้าชมไปจนถึงกลางเดือนมกราคม ปีหน้า ๒๕๕๓

 สร้างชุมชนและเครือข่ายคนหนองบัวอีกมิติหนึ่งให้เข้มแข็งขึ้น

  • จากเวทีนี้ คนหนองบัว และศิษย์เก่าของสถานศึกษาในหนองบัว ก็มีแหล่งได้คุยกันและได้ริเริ่มทำสิ่งดีๆด้วยกันอีกหลายอย่าง หลายคนเคยแต่เชื่อมโยงกับญาติพี่น้องและถิ่นเกิดด้วยการกลับไปเยี่ยมญาติอย่างเดียว ก็มีเวทีนี้เพิ่มโอกาสให้สามารถทำสิ่งต่างๆด้วยกันอีกตั้งหลายเรื่อง 

เพียงที่กล่าวถึงเหล่านี้ ก็ต้องถือว่าเวทีนี้ได้ทำสิ่งสร้างสรรค์มากพอดูหลายเรื่องทีเดียวครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี