เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ

       ในกระบวนการกำหนดคุณค่า หรือมาตรฐานของงานวิจัย กระผมมองว่าต้องมองกันใหม่ โดยมามองที่คุณค่าของงานวิจัยว่า มีผลต่อคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรหรือสิ่งแวดล้อมต่อจน คุณค่าหรือพัฒนาสู่ความเป็นมนุษย์ให้ดีขึ้นอย่างไร  เรายังคิดแยกส่วนและมองอะไรที่ขาดความเป็นเนื้อเดียวกันอยู่มาก เพราะเกิดอวิชชาในทางโลกมาก จึงเกิด กิเลส ตัณหาและอุปาทาน ในทางโลกแบบสุดโต่ง เราไม่มองกันหรือวัดกันที่ “คุณค่าที่เกิดขึ้น” แต่กับไปติดยึดในทางโลกในมิติใด มิติหนึ่งที่แคบๆที่เราสร้างขึ้นมาและตัดสินในกรอบแคบๆ เป็นการวิจัยที่ไร้ชีวิตก็เหมือนชีวิตที่ไร้การวิจัยที่แท้จริง กระผมอาจจะคิดผิดก็ได้ ทุกวันนี้กระผมประเมินตัวเอง ชีวิตกระผมก็ทำอะไรแบบแนวฝันๆอยู่พอสมควร มีทั้งที่รู้ตัวและคิดว่าไม่รู้ตัวด้วยครับผม  แต่ก็หาทางชดเชยกับความจริงในความคิดกระผมเอง คือการปฏิบัติในเวทีที่กระผมมีอิสระมากพอที่จะเรียนรู้และพัฒนาตามความอยากของกระผมเอง ให้กระผมทนนั่งเห็นมันพังไม่ได้จึงไปทำตามกำลังหวังว่ามือเล็กๆกระผมจะช่วยได้บ้าง เพราะผมไม่อยากเห็นความเสื่อมของโลกไปมากกว่านี้และหากเราดำเนินชีวิตแบบสุดโต่ง ทรัพยากรมันก็เสื่อมหนักจนน่ากลัวทุกวัน มีอะไรที่ทำได้นอกจากการไปสอน กระผมก็ต้องปฏิบัติจริง ทนเห็นมันเสื่อมและจะเข้าสู่หายนะต่อไปไม่ไหวจริงๆ นอกจากตัวเราเองแล้ว ญาติพี่น้อง ตลอดจนสรรพสิ่งร่วมโลกก็จะเข้าสู่หายนะ คงเพราะ การสร้างอวิชชาในโลกมากๆและดำเนินไปด้วย กิเลส ตัณหาและอุปาทาน จึงวนเวียนไม่จบไม่สิ้นเป็นงูกินหางแบบนี้ครับผม

ด้วยความเคารพครับผม

นิสิต