เห็นประตูห้องมีป้ายติดอยู่ว่า จิตตปัญญาเวชศึกษา
ผมเดินผ่านไปก่อน เพราะรีบเดินไปเข้าเรียนห้องกายวิภาคศาสตร์์
ผมพยายามวาดภาพตัวเองหรือนิสิต นักศึกษาแพทย์เวลาเรียน..หมอ ทุกคนต่างวาดภาพ หมอในหัวของตนเอง วิชาอะไรที่ส่งสนับสนุนให้เราบรรลุสิ่งนั้น เราสนใจเราอยากรู้ ไม่ต้องแปลกใจนะครับที่มีความต้องการจากนักศึกษาแพทย์ว่า อยากจะกลับไปเรียนกับอาจารย์ใหญ่
เพราะเรียนหมอต้องเรียนผ่าศพ นั้นคือภาพที่เคยชิน คุ้นหู
ส่วน วิชาชื่อแปลกๆ อย่างข้างบนนี้ เอาไว้ว่างๆค่อยมาสนใจ อ้อ ถ้าไม่มีคะแนนสอบละก้อ ทำเป็นลืมๆไปดีกว่า ไอ้วิชาที่ต้องอ่าน ต้องสอบก็เยอะจนไม่รู้จะอ่านจบหรือเปล่าแล้ว
การจุดประกายเรื่องนี้ของสกล เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ผมอยากให้ย้อนกลับไปดูพื้นฐานเรื่อง การจัดการศึกษา เลย
ถ้าเรามองว่า นั่นคือ กระบวนการเปลี่ยน input เป็น outcome
ความคาดหวังใน outcome ของเราหรือของใครที่ใหญ่พอที่จะชี้นิ้วในเรื่องนี้ได้ จะมีความสำคัญ
มีต่อตอนต่อไป.. เก๋มั้ย
ลืมบอกไปว่า ที่สวนกุหลาบ ป้ายไม้จารึกชื่อนักเรียนที่ได้ทุนเล่าเรียนหลวงถูกเก็บไว้ในหอประวัติศาสตร์ ผมไม่ทราบมาก่อนว่าเคยตั้งไว้ตรงประตูโรงเรียนนะครับ