สวัสดีครับ ดร.แสวง

      น่าสนใจมากเลยทีเดียว ผมเองก็ชื่นชมต้นไม้มานานแล้ว ในแนวความคิดที่ไม่ต่างจากท่าน ดร.แสวง เช่นกัน ต้นไม้น่าชื่นชมเพิ่มเติมที่ผมสังเกตเห็นคือ

  • ได้ถูกปลูกหรืองอกเองขึ้นตรงไหนก็ต้องอยู่ตรงนั้น แล้วใช้ชีวิตตรงนั้นเพื่อเจริญงอกงามเท่าที่ทำได้และให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีระบบราก ระบบท่อลำเลียงและระบบสร้างอาหารแล้วระบบเจือจุนสิ่งแวดล้อม
  • ต้นไม้ต่างจากสัตว์เพราะไม่สามารถวิ่งหนีภัยธรรมชาติ การโค่นทำลาย หรือไฟป่าและอื่นๆ ได้ ต้องสร้างวิธีการป้องกันภัยให้กับตัวเอง
  • หากต้นไม้นั้นต้องงอกขึ้นในหน้าหนาวหรือในภูมิประเทศที่มีหลายฤดูกาล เค้าจะต้องปรับตัวเพื่อให้ชีวิตของเค้าอยู่ได้ทุกฤดูกาลอย่างฤดูหนาวก็ต้องจำศีลไม่มีการสังเคราะห์แสง ต้องมีการเก็บอาหารไว้ในลำต้นหรือส่วนอื่นของร่างกาย ก่อนจะสลัดใบทิ้งต้องตรึงไนโตรเจนหรือส่วนประกอบอื่นที่เป็นประโยชน์เก็บไว้ในลำต้นก่อนสละใบทิ้ง
  • มีระบบแบคอัพในการประกันชีวิตของตัวเองคือหากมีคนมาทำลาย หากไม่ทำลายจนถอนรากถอนโคนก็จะไม่ตายในทันที่ซึ่งต่างจากสัตว์หรือคนที่โดนยิงทีเดียวตายเลยในทันทีหรืออีกไม่นาน แต่ระบบการทนต่อสภาพของต้นไม้นั้นน่านับถือยิ่งนัก
  • ต้นไม้เป็นเสมือนห้องครัวหรือคนครัวของโลกใบนี้ โดยมีแหล่งพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งเชื้อเพลิงในการหุงต้มอาหารหลักประกอบกับน้ำที่รากหาได้และอากาศที่หายใจเข้าไปในการสร้างน้ำตาลมาหล่อเลี้ยงชาวโลก
  • คนส่วนหนึ่งบอกว่า ต้นไม้ไม่สามารถนิพพานได้แต่นั่นไม่น่าจะใช่ประเด็น แต่หากเราศึกษาต้นไม้แล้วผมว่าต้นไม้นี่ก็ไม่ธรรมดาไปกว่ามนุษย์เรา เพราะหากไม่มีต้นไม้คนก็จะไม่มีเช่นกัน เพราะคนสร้างอาหารเองไม่ได้
  • ต้นไม้จะเปรียบเสมือนเครืองสูบน้ำจากดินสู่ขึ้นชั้นบรรยากาศในยามที่ไม่มีแสงแดดและมีแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วมต้นไม้จะช่วยได้เยอะมากๆ เพราะว่า 99%ของการดูดน้ำเข้าสู่รากเป็นการส่งขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศ ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งเปอร์เซนต์ เอาไว้สำหรับการสังเคราะห์แสง ลองคิดดูครับ เวลาพี่น้องอีสานน้ำท่วมแล้วไม่มีต้นไม้ น้ำจะไปไหนได้หากไหลลงไปยังที่ต่ำและไหลลงดินไม่ได้เพราะมันอิ่มตัวแล้ว
  • ต้นไม้จะดึงเมฆให้ลงมาอยู่ต่ำๆ หากไม่มีต้นไม้หรือป่าไม้ เมฆจะลอยมาแล้วลอยไปแล้วก็อยู่สูงมากๆจากพื้นดิน ถามว่าฟ้าฝนจะตกลงมาให้ชุ่มฉ่ำในหัวใจหรือครับ ดังที่ไปเที่ยวน้ำตกแล้วเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของน้ำตก จะเห็นน้ำไหลออกจากรากต้นไม้แล้วก็จะพบว่าฝนตกด้วยเมฆก็จะอยู่ใกล้ๆ ตัวเราฝนตกตลอดเวลา
  • คุณสมบัติของต้นไม้ ยากเกินจะบรรยายได้หมดในช่วงชีวิตนี้

สำหรับที่ท่านถามว่าจะเป็นต้นอะไรดี

คำตอบสำหรับความคิดของผมคือ เป็นต้นอะไรก็ได้ เพราะทุกต้นมีประโยชน์และคุณค่าของตัวเองเสมอ เหมือนการผสานในการทำหน้าที่ต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งต้องบูรณาการและมีหลายๆส่วนช่วยเหลือกัน และทำหน้าที่ร่วมกันเจือจุนกัน

สิ่งที่ผมเป็นห่วงต่อคนในโลกนี้คือ

  • การเข้าใจธรรมชาติและอยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุลย์ ควรจะเป็นคำถามที่ทุกคนควรจะตระหนักและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
  • หากประเทศเรามีต้นไม้เยอะๆ หรือในโลกนี้มีต้นไม้เยอะๆ เราจะเจอปัญหาหนักๆ อย่างน้ำท่วม โลกร้อน ได้เร็วอย่างตอนนี้หรือเปล่าครับ อีสานเราก็ปลูกต้นไม้ได้นะครับ เพราะมีประเทศในแถบทะเลทรายเค้าก็ปลูกให้เราเห็นแล้วว่าทำได้ ดังนั้นเราไม่ได้มีทะเลทรายเราก็ปลูกได้ทำได้แน่นอน หากคนแต่ละคนทำได้กันแค่ซักสิบหรือห้าเปอร์เซนต์ของ คุณลุงสงัดและดาบตำรวจ วิชัย ก็คงดี มีต้นไม้ก็มีอาหาร มีอาหารเหลือก็มีอาชีพ
  • หากปีนี้พายุพัดพาเข้าอีสานหรือประเทศไทยอย่างปีก่อน ซักห้าลูกติดต่อกัน ถามว่าเรามีต้นไม้เพียงพอจะรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้หรือยัง ดูตัวอย่างพายุปีที่แล้ว  ได้ที่นี่ครับ (พายุช้างสาร ปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว)

ผมขอเขียนแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวจะยาวเกินไปครับ หวังว่าคงได้ถกและแลกเปลี่ยนแนวคิดกันอีกนะครับ มีไรก็เชิญที่บล๊อกผมได้เช่นกันครับ ยินดีต้อนรับครับ

ขอแสดงความนับถือ

สมพร ช่วยอารีย์