การทำ KM ตามแบบที่อาจารย์คาดหวังไว้
มันไม่ใช่มาจากความต้องการของคนบางกลุ่มแล้วจะสามารถทำได้
มันต้องทำให้ทุกคนในองค์กรเห็นความสำคัญก่อน
แล้วจึงกำหนดเป้าหมายร่วมกัน
ว่าจะมาร่วมหัวจมท้ายร่วมกัน
ซึ่งเท่าที่ผ่านมาผมมองว่าขั้นตอนตรงนี้ถูกละเลยหรือมองข้ามไป
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบผู้บริหารอยากทำแล้วก็เกณฑ์เด็กๆเข้าไปฟังว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง
อย่างดีก็เชิญวิทยากรจากภายนอกมาอธิบายให้ฟังว่าต้องทำอย่างไร
ก็ได้งานเป็นอีกแบบหนึ่ง คือ ทำตามที่อยากให้ทำแล้วไง
จะเอาอะไรอีก อาจารย์จะเรียกว่าเป็น KM แบบปลอมๆหรือไม่ก็ตาม
แต่ก็เป็นสิ่งที่เบื้องบนอยากได้ แล้วเด็กๆอย่างพวกเราก็มีหน้าที่ที่จะต้องสนอง
การกวาดพื้น การถูพื้น
เราทำที่ไหนครับที่สะอาดที่สุด ตอบได้เลยครับว่าที่บ้านของตัวเอง
เราก็ทำสิ่งเดียวกันกับที่ทำงานหรือที่อื่นเหมือนกัน
แต่ก็ไม่สะอาดเท่ากับที่บ้าน นั่นเพราะที่บ้านของเรา
เราทำด้วยใจของเรา
ในขณะที่เรื่องเดียวกันนี้ที่ทำงานเราทำเพราะมันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ
ผมยังยืนยันความคิดของตัวเองเสมอครับว่า การทำ KM, 5 ส, 6 ส
หรือจะกิจกรรมคุณภาพอื่นไดก็ตาม
เราต้องได้ใจของผู้ที่ร่วมอยู่ในทีมก่อนครับ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการทำแบบสักแต่ว่าทำ
ทำๆซะให้มันเสร็จจะได้หมดเรื่องหมดราว
ความยากที่สุดของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่การให้คุณทำ
แต่อยู่ที่การให้ทำด้วยใจรักต่างหาก การได้ใจของทีมงาน
ของบุคลากรทุกคน น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของการทำกิจกรรมลักษณะนี้
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ผู้บริหารถึงจะมองเห็นสักที