สวัสดีค่ะ อ.วิรัตน์
นักศึกษานอกระบบมาเข้าห้องเรียนออนไลน์ค่ะ..^__^..
สิ่งที่อาจารย์นำเสนอในบันทึกนี้เป็นการมองในภาพรวม ในขณะที่คนส่วนใหญ่คุ้นชินกับการมองในระดับปัจเจก การมองในภาพรวมนั้นจำเป็นสำหรับการมองทิศทางของสังคม ซึ่งจะมีคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระดับนโยบายและคนที่สนใจมุมมองด้านสังคมเท่านั้นที่ใส่ใจ แต่การจะมองภาพรวมให้ลึกซึ้งนั้น ย่อมต้องมองเห็นและเข้าใจระดับปัจเจกอย่างถ่องแท้ จึงจะได้มุมมองภาพรวมที่ลึกซึ้งเป็นจริง
ดีจังเลยนะคะ เพราะอาจารย์เป็นคนมองเห็นและเข้าใจทั้งระดับปัจเจกและภาพรวม..
เคยได้ยินมานานแล้วว่าอีกหน่อยเมืองไทยเราจะมีผู้สูงอายุมากเช่นเดียวกับญี่ปุ่น ใบไม้ฯ เกิดในยุคเบบี้บูม ฉะนั้น เมื่อถึงวัยชรา (ถ้ามีโอกาสอยู่ถึง) ก็มีเพื่อนร่วมรุ่นมากมาย และคิดเอาเองว่า น่าจะระบบรองรับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความจะเพียงพอต่อความต้องการ ถ้าพึ่งตัวเองได้ละก็.. น่าจะดีที่สุด หรือมีการสร้างเครือข่ายที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
เมื่อครั้งที่ใบไม้ฯ ได้รับทุนไปดูงานด้านสวัสดิการที่ญี่ปุ่น มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นมาอภิปรายและกล่าวถึงประเด็นผู้สูงอายุด้วย การที่มีวัยทำงานน้อย แต่มีผู้สูงอายุมาก ทำให้คนวัยทำงานต้องแบกรับภาระของผู้สูงอายุอย่างหนักหน่วง ญี่ปุ่นมีระบบสวัสดิการดีมาก และก็เก็บภาษีสูง เงินภาษีต้องนำไปใช้เพื่อสวัสดิการของผู้สูงอายุจำนวนมาก จำได้ว่าได้ตั้งคำถามถึงทางออกว่าคิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร อาจารย์ท่านนั้นก็ยอมรับว่า เป็นคำถามที่ยากจะตอบในตอนนั้น
ใบไม้ฯ คิดว่างานที่อาจารย์ส่งเสริมสุขภาวะให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุโดยมีส่วนร่วมกับชุมชนเห็นคุณค่าในตัวผู้สูงอายุ มีเครือข่ายในการดูแลกันและกัน น่าจะเป็นทางออกหนึ่ง เพียงแต่ในระดับนโยบายก็ไม่แน่ใจว่า มีอะไรรองรับมากน้อยแค่ไหน
ขอบคุณความรู้ที่นำมาให้เรียนรู้ในห้องเรียนออนไลน์แห่งนี้ค่ะ..^__^..