บันทึกที่เขียนถึงลูกๆ เป็นบันทึกที่ผู้เขียนๆด้วยความรัก ดิฉันจึงชอบอ่าน เพราะขณะที่อ่าน ดิฉันก็ได้รู้สึกถึงความรักความห่วงใยของพ่อแม่ที่มีต่อลูกน้อย
ดิฉันชอบเรื่องต่างๆที่อาจารย์เลือกมาเขียน เพราะเป็นประเด็นที่กระทบชีวิตคนอย่างสำคัญ ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ส่งผลต่อชีวิตได้ในสักวันหนึ่ง อ่านแล้วจึงอยากแสดงความเห็นต่อด้วยทุกที เพราะเป็นเรื่องที่ชอบทั้งนั้น
ดิฉันกำลังเสาะหาบทความและข้อเขียนดีๆที่เขียนเกี่ยวกับ "การอ่าน" อยู่ค่ะ และค่อยๆหาสะสมไป กำลังหาที่มีหลายๆมุมมอง จะได้ให้เด็กๆ(ปริญญาตรี) หัดอ่านหัดวิเคราะห์ แต่สิ่งที่ยากกว่าการหาบทความ คือการโน้มน้าวใจให้เด็กๆยอมอ่าน และอยากอ่าน
เด็กๆอีกหลายคน คงไม่เคยมีใครอ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอน ดิฉันจะเล่าเรื่องที่อาจารย์อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เพื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาในวันหน้า :)
และด้วยว่าดิฉันสอนการเขียนในสายนิเทศศาสตร์ ดิฉันก็จะพยายามให้เด็กๆอ่านงานเขียนของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฏก โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัวพวกเขา เช่น วินัย...เรื่องใหญ่กว่าที่คิด, การศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตหรือการศึกษาเพื่อสร้างผลผลิต, ฯลฯ ด้วยความหวังว่าเขาจะได้เห็นอะไรบางอย่าง แบบที่ดิฉันสอนไม่ได้
รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาทันทั้งสองท่านนี้ คือท่านพุทธทาส และท่านพระธรรมปิฏก เพราะ "การอ่าน"หนังสือของท่านทำให้ค่อยๆเข้าใจพุทธศาสนามากขึ้น แล้วก็เห็นเป้าหมายปลายทางของการเป็นครูมากขึ้น หลังจากที่หลงงงๆอยู่ในทุ่งกว้างของอาจารย์อยู่พักใหญ่
ท่านพระธรรมปิฏกนำเสนอเนื้อหาพุทธศาสนาแบบที่ไม่ต้องปรากฏตัวตนของท่านอยู่เลย ดิฉันทึ่งจริงๆ ไม่ต้องมี in my opinion เลย มีแต่หลักธรรมล้วนๆที่สามารถยืดขยายหรือสรุปกระชับได้เข้ากับเรื่องนั้นๆ
ดิฉันบอกเด็กๆว่าพุทธธรรม เป็นหนังสือที่ชาวพุทธหรือผู้สนใจจำเป็นต้องหาไว้ประจำบ้าน เพราะมีข้อมูลสำหรับตอบคำถามที่สงสัยได้ นึกสงสัยจะได้เปิดอ่าน
ส่วนคุณพ่อดิฉันสงสัยหลายครั้งว่าเวลาเดินทางไปพักที่โรงแรม ในห้องมักมีไบเบิ้ลเล่มเล็กๆวางไว้ ทำไมไม่มีหนังสือธรรมะวางอยู่บ้าง
อ้าว...ดิฉันเลยเขียนยาวกว่าเรื่องที่อาจารย์เล่าเสียแล้วค่ะ ....!....