เเลกเปลี่ยนด้วยนะอาจารย์
มวยคาดเชือก คือ มวยไทยโบราณ ซึ่งไม่มีหลักฐานชัดแจ้งว่าเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยไหน แต่ที่แน่ๆ มีข้อมูลว่า มวยโบราณชนิดนี้เป็นการฝึกฝนถ่ายทอดกันแต่เฉพาะในหมู่เจ้านายชั้นสูงระดับพระมหากษัตริย์ และขุนนางฝ่ายทหารเท่านั้น เป้าหมายในการฝึกหัดก็เพื่อไว้ใช้สำหรับสู้รบกับข้าศึกศัตรู รวมทั้งไว้ต่อสู้เพื่อป้องกันตัว เพิ่งในระยะหลังที่วิชามวยไทยถูกแพร่กระจายขยายการฝึกฝนอบรมไปสู่สามัญชน ผ่านมาเป็นร้อยๆ ปี ศิลปะต่อสู้ของไทยโบราณแขนงนี้ดูเหมือนจะค่อยๆ เลือนหายไปกับกาลเวลา สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคงเนื่องมาจากความหายากของผู้สืบทอด ซึ่งก็หมายถึงทั้งคนสอนและคน (อยาก) เรียน คนสอนมวยคาดเชือกหายาก แต่ก็พอมี คนหนึ่งที่หาเจอและน่าสนใจคือ อมรกฤต ประมวญ หรือที่รู้จักกันในวงการว่า "ครูแปรง" และอีกคนที่เป็นเพื่อนร่วมเรียนมวยไทยกันมาเป็นสิบๆ ปี คือ "ครูแหลม" ศักย์ภูมิ จูฑะพงศ์ธรรม ครูแปรงเล่าว่า สนใจศิลปะการต่อสู้แบบไทยๆ มาตั้งแต่สมัยยังเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เลยเข้าชมรม ไปเรียนๆ ซ้อมๆ มวยไทย ฟันดาบ และกระบี่กระบองอยู่หลายปี จนได้พบรุ่นน้องที่เรียนมวยคาดเชือกกับ "ครูทอง เชื้อไชยา" ครูแปรงเลยตามเพื่อนไปฝากตัวเป็นศิษย์กับครูทองตั้งแต่นั้น "มวยคาดเชือกหมายถึงวิชามวยไทยโบราณ ซึ่งมีหลายสาย แม้จะมี 'แม่ไม้' เป็นพื้นฐานเหมือนกัน แต่ความต่างอยู่ที่ท่าของแต่ละสำนัก ท่ามวย การจดมวย การคาดเชือก รวมไปถึงรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แค่ดูท่ามวยก็จะรู้แล้วว่าคนนี้มาจากสายไหน"ครูแปรงบอกว่า สายที่ครูแปรงร่ำเรียนมาเรียกว่า "มวยไชยา" มีเอกลักษณ์ตรงการป้องกันตัวที่รัดกุม ใช้สมองในการต่อสู้ เน้น 'วงใน' คือใช้ความคมของส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ศอก เข่า เพื่อการป้องกันตัว โดยการเคลื่อนไหวจะกลมกลืนและสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นสำคัญ