ขอแสดงความเสียใจกับอาจารย์ด้วยนะคะ อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์เลยเพราะว่าแมวที่เลี้ยงไว้ก็ตายเหมือนกันตายเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2552 แต่ว่าโดนหนักกว่าอาจารย์อีกค่ะ พาแมวไปรักษาเนื่องจากถูกรถจักรยานยนต์ชน พาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหิดล เข้าไปรอนานมาก ตอนแรกที่หมอตรวจอาการบอกว่าแมวไม่เป็นอะไร แต่เราบอกว่าช่วยตรวจให้ละเอียดหน่อยได้ไหมเพราะก่อนที่จะพามารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์มหิดล เราได้พาไปหาหมอที่คลีนิคสัตว์แพทย์แห่งหนึ่งที่อำเภอสามพราน ซึ่งเพื่อนของเราเป็นเจ้าของคลีนิคอยู่ เพื่อนแนะนำว่าให้พาไปรักษาที่โรงพยาบาลรักษาสัตว์โดยตรงดีกว่าเพราะมีเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่พร้อมกว่า หมอจึงได้สั่งให้ผู้ช่วยนำแมวของเราไปเอ็กซเรย์อย่างละเอียด ผลการเอ็กซ์เรย์พบว่าท้องได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ต้องได้รับการผ่าตัดด่วนเพราะมีสายที่ต่อไปที่ท่อฉีกขาด (กระเพาะปัสสาวะแตก) โดยหมอบอกว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000.- กว่าบาท เราถามว่าแล้วโอกาสในการผ่าตัดมีมากน้อยแค่ไหน หมอบอกว่าก็ประมาณ 30 % หลังจากที่ปรึกษากันแล้วเราตัดสินใจว่าไหน ๆ ก็ช่วยแล้วก็ช่วยให้ถึงที่สุด จึงเซ็นต์ยินยอมให้ผ่าตัดและยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งเราต้องจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าเหมือนกัน คืนนั้นเรานั่งเฝ้าแมวของเราผ่าตัดจนเรียบร้อย หมอออกมาบอกว่ารอดูอาการอีกประมาณ 2 - 3 วัน ถ้าสายที่ผ่าตัดไม่มีปัญหาไม่มีน้ำออกมาในท้อง ท้องไม่บวมแมวเราก็จะปลอดภัย เราดีใจมาก เพราะเราและครอบครัวรักแมวตัวนี้มาก เพราะทุกวันเช้า-เย็น แมวเราจะเดินมาส่งเรามาทำงานและรับเราตอนกลับจากทำงานทุกวันไม่เคยเว้นหลังเสร็จสิ้นการผ่าตัดหมอบอกว่าให้เรากลับบ้านก่อน ไว้ค่อยมาเยี่ยมทีหลังเพราะแมวต้องพักฟื้นหมอให้น้ำเกลือและจะดูแลให้มีหมอเวรและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดไม่ต้องห่วง เราทำงานทุกวันได้หยุดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เราจึงไม่สะดวกที่จะไปหาแมวได้ทุกวัน แต่เราก็โทรศัพท์ไปถามอาการตลอด หลังจากผ่านการผ่าตัดได้ประมาณ 3 วัน หมอบอกว่าไม่มีน้ำออกในท้องแล้วเพราะท้องปกติไม่บวม น่าจะปลอดภัยแล้วไม่น่ามีอะไรต้องเป็นห่วง แต่หมอบอกว่าให้เราซื้ออาหารเหลวสำหรับแมวป่วยและยาบำรุงเลือดไปให้เพราะแมวเราโลหิตจางและอาหารและยาของโรงพยาบาลหมด วันรุ่งขึ้นเราจึงซื้อยาและอาหารไปให้และฝากหมอเอาไว้ ว่าให้ช่วยให้แมวเรากินด้วย ซึ่งหมอก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงอีกไม่กี่วันก็น่าจะกลับบ้านได้ หรือจะให้เรานำกลับไปดูแลที่บ้านเองก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ท่อที่ท่อไว้สำหรับฉี่หลุด ถ้าหลุดต้องรีบพามาใส่ใหม่ไม่เช่นนั้นแมวจะฉี่ลำบากและอาจจะต้องเบ่งแรงและทำให้แผลที่ผ่าตัดฉีกขาดได้ เราจึงคิดว่าอยู่ที่โรงพยาบาลมีหมอผู้ซึ่งมีความรู้ดูแลน่าจะดีกว่า เราและครอบครัวพูดกันถึงแมวเราทุกวันว่าอีกไม่กี่วันก็จะกลับบ้านมาอยู่กับเราได้แล้ว เสียค่าใช้จ่ายเท่าไรเราไม่เคยว่า ยินดีจ่ายตามที่แจ้งทุกอย่าง แต่ว่าพอวันที่ 1 มิถุนายน 2552 ทางโรงพยาบาลโทรมาบอกเราเวลาประมาณ 9.50 น. ว่า แมวเรามีอาการไม่ดี ให้เรารีบไปด่วน เราถามว่าถ้าช่วยเต็มที่จะอยู่รอให้เราไปทันเห็นเขาก่อนสิ้นใจไหม เพราะว่าเราต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที หมอบอกว่าให้รีบมาจะพยายามช่วยเต็มที่ ระหว่างที่เราเดินทางไปเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าถึงแมวเราต้องตาย แต่เราน่าจะได้มีโอกาสอุ้มและกอดเขา ให้เขาตายและสิ้นใจในอ้อมกอดของเรา แต่พอเราโทรไปอีกครั้งหมอบอกว่าแมวเราตายแล้ว เราไปไม่ทัน เราไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแมวเรามีอาการไม่ดีขึ้นทางโรงพยาบาลไม่เคยบอกเราเลย ว่าแมวเราไม่ดีขึ้น ทุกครั้งที่เราโทรไปทางโรงพยาบาลบอกเราตลอดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกไม่กี่วันก็น่าจะกลับบ้านได้ แต่พอวันที่นัดให้เราไปรับแมวกลับบ้านกลับบอกว่าแมวเราอาการไม่ดี คงจะไม่รอดแล้ว ทั้ง ๆ ที่เราก็ให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้และบอกว่ามีถ้ามีเหตุการณ์อะไรให้โทรหาเราได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แต่ทางโรงพยาบาลไม่เคยบอก ร้ายไปกว่านั้นหลังจากที่แมวเราเสียชีวิตแล้ว เราโทรไปติดต่อขอรับซากกลับทางโรงพยาบาลยังถามเราอีกว่าจะเข้ามาชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือเมื่อไร และระหว่างที่รักษาและไปเยี่ยมแมวเราพบแมวเรานอนเปียกฉี่อยู่ถึง 2 ครั้ง โดนที่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าแมวนอนเปียกฉี่อยู่ จนกระทั่งเราไปบอก สรุปแล้วเราเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาไป 6,000.-กว่าบาท เกือบเจ็ดพันบาท แล้วแมวเราก็ตาย และวันที่เราไปรับซากแมวเรากลับแมวเราตัวแข็งหมดแล้วไม่เหมือนซากแมวที่เพิ่งเสียชีวิตเลย