# คห.๒ น้องปรางค่ะ

๑. เข้าใจถูกต้องแล้วครับ "เอกสารรายงานการปฏิบัติงาน" ที่ต้องส่งไปให้กรรมการประเมินมิใช่บันทึกการปฏิบัติงานประจำวันหรือประจำเดือนของนักสังคมสงเคราะห์ หากแต่เป็นการบันทึกรายละเอียดกระบวนการให้บริการสวัสดิการแก่ผู้รับบริการทั้งรายบุคคล กลุ่ม หรือชุมชน (หรือเรียกภาษาปากว่า "สรุปรายงานกรณีศึกษา") ตามกรอบที่คณะกรรมการกำหนด (บันทึกหน้าผมจะนำเสนอกรอบที่ว่านี้ละกันครับ)

คณะกรรมการกำหนดให้ผู้ขอรับการประเมินยื่น ๑ กรณีศึกษา โดยเป็นผลการปฏิบัติงานจริงที่มีผ่านมาแล้วไม่เกิน ๓ ปี


๒. เราต้องยอมรับว่าองค์กรที่มีวัฒนธรรมการประเมินแบบเข้มข้นยังคงมีอยู่ในสังคม องค์กรที่เห็นพ้องต้องกันว่าปีนี้ผลการดำเนินงานของหน่วยงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่ากระนั้นเลยเราคืน ๒ ขั้นให้ต้นสังกัดไปเสียดีกว่าก็ยังมีอยู่  ดังนั้น การได้รับการประเมินต่ำกว่าร้อยละ ๗๕  นอกจากจะสะท้อนผลการปฏิบัติงานแล้ว  ก็อาจมีผลมาจากวัฒนธรรมองค์กรเช่นว่านี้ด้วยส่วนหนึ่ง (แม้คณะกรรมการจะกำหนดว่าผู้ได้รับการประเมินต้องได้คะแนนเฉลี่ย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ (จากแบบประเมินทั้ง ๓ ฉบับ) จึงจะถือว่าผ่านการประเมินระดับภายใน)  อย่างไรก็ดี เท่าที่ฟังและอ่านแบบผ่านๆ เห็นว่าระบบการกลั่นกรองและถ่วงดุลระหว่างกันค่อนข้างละเอียดและเชื่อมั่นได้ครับ

๓. ผมว่าลองไปอ่านในเล่มดูละกันนะครับ ในเรื่องนี้ ใช่ว่าผมจะมีปัญหาในการแจงรายละเอียดพฤติกรรมเชิงประจักษ์หรอกนะครับ เพียงแต่เห็นว่าในเมื่อเราทำกันใหญ่โตถึงเพียงนี้ ก็ควรที่จะทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์เสีย เพราะการแจงรายละเอียดตัวชี้วัด ( KPI Template) เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำกันอยู่แล้วในระบบประกัน/พัฒนาคุณภาพ


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ
http://www.m-society.go.th/msosocial.php

สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย
http://www.thaisocialwork.org/