"ประสบการณ์ที่ตกผลึก"...หากในทัศนะของการสร้างความรู้ กะปุ๋มก็มองว่า นี่น่ะ คือ Tacit Knowledge ที่ปรากฏขึ้นแห่งกระบวนการภายในของนักวิจัย... แต่ที่ว่า พยายามหลีกเลี่ยงประสบการณ์ของนักวิจัยนั้น นั่นน่ะอาจเป็นเพราะว่า บางครานักวิจัยอาจไปใช้การจดจำ การปรุงแต่งทางความคิด มากกว่าที่จะดึงเอา "ความรู้ที่ปรากฏอันลึกซึ้งผ่านประสบการณ์ที่แท้มาบอกมากล่าวกัน"...

ทำให้กะปุ๋มนึกถึงว่า...

"ความรู้"...ที่หลายๆ คนกำลังพูดถึงนั้น

เราลืมพูดถึง ความรู้ที่เราซึ้งลงไปในใจจริงๆ อันเป็นความรู้อันลุ่มลึก ซึ้งลงไปในใจบุคคล ดั่งเช่น กะปุ๋มได้รับการรับฟังจากน้องตาลว่า เป็นผู้ที่มีทักษะการทำอาหารที่รสชาติได้อร่อยมาก... ทั้งๆ ที่อาหารบางอย่างเธอเพียงแค่ได้ชิมหรือได้ทานครั้งหรือสองครั้ง หรือบางคราเป็นการทำอาหารเพียงแค่เห็นภาพและนำมาทดลองทำ และเมื่อเธอได้ลงมือทำแล้ว... คนใกล้ชิดบอกว่า อร่อย คล้ายถิ่นเจ้าตำหรับทำเลย"... ซึ่งเมื่อน้องตาลมาพูดคุยเรื่องการทำอาหาร เธอก็จะนำจากประสบการณ์ที่เธอได้ทำมาเล่าได้อย่างซึ้งใจ...

ขณะที่เธอเล่าถึงเรื่องนี้ ช่างเป็นเรื่องเล่าที่ส่งมาจากใจของเธอ มากกว่าการจดจำหรือความนึกคิด... หากแต่มันออกมาจากภาพแห่งประสบการณ์ที่ฝังและตกผลึกอยู่ในอณูแห่งความรู้ในเรื่องนี้ของเธอ ...

นี่น่ะ น่าจะเรียกได้ว่า "เป็นประสบกาณ์ที่ตกผลึก"...

ความตกผลึกนี้ จะฝังลงไปในรากเหง้าแห่งจิตวิญญาณของเธอ ...

ความเป็นนักวิจัยเชิงคุณภาพในทัศนะของกะปุ๋มเอง ก็ไม่ได้มองว่า พวกเขาเหล่านี้เป็นนักวิชาการนะ หากแต่เขาเป็น "นักชีวิต" ที่เข้าใจในเหตุแห่งความเป็นไปของความที่ปรากฏอยู่รอบด้าน รอบตัวและผ่านเข้ามาในผัสสะของเขา... ประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยเชื่อมโยงผัสสะที่กระทบแล้วเกิดการประมวลผล แบบงวดเข้า...งวดเข้าเรื่อยๆ... จนกลายเป็นตกผลึกในเรื่องนั้นๆ...

ทุกวันนี้นักวิจัยเฉกเช่นนี้...หายากนะ...

เพราะว่า...อะไรล่ะ ?

เพราะว่า ทุกวันนี้เรามีนักวิจัยที่เป็นนักวิชาการเยอะ แต่หานักวิจัยที่เป็นนักปฏิบัติไปในตัวนี่หายาก การเป็นนักวิจัยที่ดีนั้น ต้องเป็นผู้ปฏิบัติวิจัยในตนเองอยู่เนืองๆ...หากไม่ปฏิบัติวิจัยในตัวในตนแล้ว ก็อยากที่จะเกิดเป็นประสบการณ์ตกผลึก...