การกำหนด competency เหมือนกับการบอกว่าเราต้องการผู้ที่คุณสมบัติอย่างไรบ้าง ซึ่งปกติแล้ว คำว่า competency จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
  • core competency ซึ่งเป็นสมรรถนะหลัก หมายถึงว่าเราต้องการให้ในวิชาชีพของเรา ต้องมีคุณลักษณะอะไรบ้าง แล้วก็หาวิธีประเมินออกมาว่าเรามีสมรรถนะในเรื่องนั้นๆ ในระดับไหน ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องการหรือไม่ หากไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องทำอย่างไรให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการให้การฝึกอบรมในเรื่องที่ยังขาด หรืออะไรก็ตามในการทำให้เขามีความรู้ในเรื่องที่ขาดนั้นมากขึ้น
  • functional competency เป็นความสามารถในงานที่ทำ หรือความรู้ในสายงานวิชาชีพที่ปฎิบัติ ซึ่งต้องใช้ข้อสอบหรือแบบประเมินว่า เรามีเกณฑ์ความรู้ขั้นต่ำเพียงพอที่จะใช้ในการปฏิบัติงานได้
     การประเมิน core competency อาจใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์ จากบุคคลต่างๆที่อยู่แวดล้อมเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชาก็ตาม แล้วประเมินว่าเรามีความสามารถในเรื่องนั้นๆมากน้อยเพียงใด ดังนั้นการกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนและการทำความเข้าใจต่อผู้ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้สามารถประเมินออกมาได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด หากผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่สนใจในเรื่องนี้ ก็คงบอกได้ว่าป่วยการที่จะทำในเรื่อง competency เพราะหากการประเมินไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงออกมาได้ การทำ competency ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับครับ ไม่ต่างจากการที่บอกว่าอยากได้คะแนนเท่าไรก็เขียนกันเอง ไม่ต้องมาประเมินให้เสียเวลา
     การประเมิน functional competency ในบางแห่งอาจใช้การออกข้อสอบ เหมือนที่เราเรียนกันในสายวิชาชีพ มีการสอนเสริม มีการติว หากสร้างบรรยากาศให้เป็นที่สนุกสนานได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกครับ แต่หากไม่สามารถสร้างบรรยากาศให้สนุกได้ ก็ดูเหมือนกับจะสร้างความอึดอัดได้มากทีเดียว เพราะหลายคนจะคิดว่า แก่จนป่านนี้แล้ว ทำไมต้องกลับไปอ่านหนังสือสอบอีก   ผมเคยเห็นพนักงานบริษัทที่ผลิตชุดทดสอบทางห้องปฏิบัติการ มีการสอบภาษาอังกฤษ เวลาสอบเขาก็เอาข้อสอบภาษาอังกฤษชั้น ม. 6 มาสอบ สนุกดีครับ ผลการสอบ functional competency และ มีการโยงกับการพิจารณาความดีความชอบด้วยครับ