ดิฉันไม่ค่อยจะได้ทำ"ทดสอบ"คนอื่น ....นะคะอาจารย์ แต่ถามจากใจและความรู้สึกแรกที่ได้อ่านบทความของอาจารย์วันนี้

ดิฉันทำงานพึ่งใจตนเองมาก บางทีก็นั่งทางในเลย ไปนั่งอยู่ในที่ ที่ คิดว่าจะจัดเวทีบริวเณนี้ ก็จะไปนั่งแถวนั้น ฟังดูในใจตัวเองว่า มันควรจะเป็นจุดไหนดีหนอ...บางทีก็อธิษฐาน เจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยดลจิตดลใจลูกด้วยเถิด

อ่านบทของอาจารย์เหมือนกันค่ะ

และที่ทำอีกอันคือ อ่านที่อาจารย์เขียนแล้วเทียบเคียงกับประสบการณ์ของตนเอง หรือเวลาได้ไปเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือมันจะตื่นเต้นถ้ามันเทียบเคียงกับประสบการณ์ที่เราเคยทำได้

มีคนบอกว่า ให้ฟังเสียงแรกจากใจของเรา บางทีก็เป็นจริงค่ะ

ดิฉันคิดว่า ปัญหาอยู่ที่ถ้าคนตัดตอน อ่านงานของอาจารย์โดยไร้ฐานของการทำงาน จะทำให้ติดอยู่ในตัวหนังสือ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตรรกะอยู่ในตัว ครบพร้อม ซึ่งมันมันมีที่มายาวนาน จากการยกระดับของอาจารย์ที่ได้ผ่านอะไรต่าง ๆ มาตั้ง ๓๐ ปี

พอตอนที่คนอ่าน จะชะลอ ( คำศัพท์ของท่านอาจารย์นฤมล ปราชญโยธิน มธ. ) แนวทาง แนวคิดนี้ไปสู่การปฏิบัติจะเกิดอะไรขึ้นบ้างไหม ช่วงต่อตรงนี้ค่ะ

เพราะตอนนี้ ดิฉันคิดว่า อาการติดคำพูด ติดภาษามันมากเหลือเกินที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่น่า.... แหมชีวิตมันต้องมัน สุดๆ สดๆ เหมือนพวกชาวบ้านเขาเป่าแคน เล่นพิณ จ่ายผญาน่ะค่ะ และพอเราได้ฟังตรงนั้นเราก็ฟ้อนกับเขาไปเล้ย...