อาจารย์แสวงครับ
การเล่นฟุตบอลเป็นทีมที่อาจารย์พูดถึง มันเป็นเทคนิคสมัยใหม่เลยนะครับ ที่ว่าทุกคนสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ผู้จัดการทีมจะชอบมาก สำหรับการวางหมาก จัดทีมลงสนาม โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์ที่ต้องเตะหลายๆนัดติดต่อกัน นอกจากนี้แล้วไม่เพียงนักเตะตัวจริงที่ลงสนามจะมีความสำคัญเท่านั้น ตัวสำรองที่นั่งอยู่ข้างสนามก็พร้อมที่จะเสียบไปเล่นเพื่อเปลี่ยนเกมส์ให้ดีขึ้นได้ ไม่ใช่ลงไปเพื่อถ่วงให้ทีมเล่นได้ไม่ไหลลื่น ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้ผมสรุปรวบความว่า แก่นหรือหัวใจของการทำงานเป็นทีมก็คือ "สปิริต" ความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน ไม่มีใครเป็นซุปเปอร์สตาร์ (มีก็ได้แต่ตั้งคิดถึงทีมเป็นหลัก ไม่ใช่หยิ่งคิดว่าตัวเองเด่นเล่นได้คนเดียวเท่านั้น) ทุกตำแหน่งมีความสำคัญเท่ากัน ทั้งทีมต้องช่วยกัน รุ่นพี่ ช่วยประคองรุ่นน้อง ถ่ายทอดเทคนิควิธีการเล่น จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของรุ่นพี่ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ผู้เล่นที่ไต่เต้าก้าวขึ้นเทียบชั้นซุปเปอร์สตาร์ได้ จะมีดาวในดวงใจอยู่ สำหรับเป็นแนวทางของการเล่น แต่ไม่ใช่ลอกเลียนแบบการเล่นมาทั้งด้น ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีอีกครั้งจะพบว่าลึกๆจะมีแวว ลีลา ท่าทาง เทคนิค วิธีการคล้ายๆกันอยู่บ้าง ดั่งที่นักวิเคราะห์ถ้าเห็นผู้เล่นดาวรุ่ง รุ่นใหม่ๆได้มีโอกาส ลงเล่นสนามแล้วโชว์ฟอร์มเยี่ยมน่าประทับใจ ก็จะวิเคราะห์ว่าเล่นคล้ายๆกับซุปเปอร์สตาร์คนนั้นคนนี้ อนาคตคิดว่าจะรุ่งแน่นอน ถ้าได้รับการประคบประหงม ดูแลอย่างดี ไม่ให้เหลาะแหล่ะ ออกนอกลู่นอกทาง และที่สำคัญก็คือ "เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์" ได้ลงเล่นบ่อยๆ ลีลาก็จะแพรวพราวมากขึ้น
ซุปเปอร์สตาร์ในดวงใจของผมเองก็มีหลายคนนะครับ ก็พยายามเรียนรู้หัดลองฝึก ลองใช้เทคนิควิธีการเล่นอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีอาจารย์แสวงนี่แหล่ะที่เป็นดาวในดวงใจของผมเช่นกัน แม้ไม่เคยเห็นตัวจริง แต่ก็จะศึกษาจากวีซีดี จากบล็อก ที่เห็นอาจารย์ลงเล่นเป็นสนามให้ผมได้เรียนรู้ คิดว่าถ้ามีบุญพาวาสนาส่งคงได้พบอาจารย์แสวงตัวจริงสักครั้งนะครับ