ตามหมอเต็มศักดิ์มาอ่านค่ะ เรื่องนี้เคยดูแล้ว ชอบเหมือนกัน ดูหนังที่เกี่ยวกับดนตรีแทบทุกเรื่องเพราะสนใจ ...อาจารย์วิเคราะห์ได้เนียนกว่านักวิจารณ์หนังอีก : ) แต่บางมุมก็อาจจะวิเคราะห์จากประสบการณ์ชีวิตที่พบเจอ ส่วนคนอื่นที่ดูและมีประสบการณ์แบบอื่นก็อาจจะมองต่างออกไปนิดหน่อย ไม่ตรงกันเป๊ะ แต่ก็ไม่หนีห่างไกลเพราะถูกกลั่นนำเสนอมาด้วยภาพที่ชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว ผู้กำกับเขาชงมาแบบนั้น ไม่เหมือนเวลาอ่านหนังสือซึ่งจะเตลิดตัวใครตัวมันมาก

ส่วนตัวไม่ค่อยใช้ว่าฉันเข้าใจคุณแล้วอย่างโน้นอย่างนี้ เพราะงานออกแบบที่ทำเป็นงานที่ต้องสื่อความหมายจากความต้องการของคนหลากหลาย ประสบการณ์ส่วนตัวแต่ละคนก็ต่างกันสิ้นเชิง บ่อยครั้งมากที่คิดว่าเข้าใจตรงกันแต่ก็ไปคนละเรื่อง ถ้าพูดแบบฟันธงก่อนอาจซวยได้ เลยต้องออมคำนี้ไว้ เปลี่ยนเป็นบอกว่า...พยายามตีโจทย์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคิดเขาพูดออกมาอยู่ คือโดยมากพอจะรับรู้ได้ว่าอยากสื่ออะไร แต่เราจะทำให้เป็นรูปธรรมออกมาตรงกับภาพในความคิดเขาหรือเปล่าก็ต้องคุยกัน ค่อยๆ ทำไปแก้ไขไป ไม่ได้ยืนกรานว่าทำออกมาแล้วต้องไม่มาแก้ ตรงกับที่บอกมาแล้ว อันนั้นลูกค้าก็คงเซ็ง แต่ถ้าเปลี่ยนจากที่เราทำหมดเป็นฝั่งเขาแบบไม่ใยดีกับงานของเรา ขาดจินตนาการสิ้นเชิง สื่อเป็นรูปธรรมทื่อๆ ก็จะบอกให้ไปทำเอง อายคนอื่น ไม่กล้าผลิตออกไป สรุปว่าฝั่งละ 50:50 ดีที่สุด ทำแล้ว Happy ทั้งสองฝ่าย