สายแรก แปลแบบคร่อม 3 ชาติ จะแยก อวิชชา สังขาร เป็นเหตุในอดีตชาติ วิญญาณ นามรูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา เป็นผลในปัจจุบันชาติ
เอาตัณหา อุปาทาน ภพส่วนที่เป็นกรรมภพนี้มาเป็นเหตุในปัจจุบันชาติ
เอาภพส่วนที่เป็นอุปัติภพกับชาติ ชรา มรณะ ไปเป็นผลในชาติหน้า
การแปลแบบนี้ทำให้คนเราเชื่อว่าวิถีชีวิตในปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้เพราะเป็นผลของการกระทำในชาติที่ผ่านมาแล้ว และการกระทำใดๆในปัจจุบัน ก็จะไปรับ หรือส่งผลในชาติหน้า
ถ้าผู้ศึกษาเชื่อในสายนี้ สังขาร ก็คือพลังกรรมตัวปรุงแต่งสร้างสรรค์วิญญาณ วิญญาณ ก็จะคือกลุ่มพลังงานจิต ตัวที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างชาติหนึ่งกับอีกชาติหนึ่ง
มีการให้ข้อคิดว่าการแปลแบบนี้อิงแบบพราหมณ์ ทำให้ปฏิจจสมุปบาทที่พระพุทธองค์แสดงถึงการไม่มีตัวตนของทุกสิ่ง หากเกิดเพราะเหตุปัจจัยเนื่องๆกันไป กลายเป็นมีตัวตนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่ให้ความเห็นไปในแนวนี้ มีหลายรูป หลายท่านค่ะ