1. คำว่า "บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร" หมายถึงทั้งคนสัญชาติไทยและคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมายคนเข้าเมือง  
  2. ซึ่งถ้าเป็นคนสัญชาติไทยและคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยถาวรก็มีสิทธิที่จะได้รับการบันทึกรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยประเภท ท.ร.๑๔ (ทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร) ในขณะที่คนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราวย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการบันทึกรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยประเภท ท.ร.๑๓ (ทะเบียนบ้านคนอยู่ชั่วคราว)
  3. โดยข้อเท็จจริง ปรากฏว่า มีคนที่มีสิทธิอาศัยในไทยตามกฎหมายไทย แต่ไม่มีรายการในทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๓ และ ท.ร. ๑๔) เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันถิ่นกำเนิดหรือประวัติของบุคคลหรือมีหลักฐานไม่เพียงพอที่นายทะเบียนจะพิจารณาเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
  4. เพื่อแก้ไขปัญหาของบุคคลดังกล่าว ระเบียบนี้จึงกำหนดให้บันทึก "บุคคลที่อ้างว่า มีสิทธิอาศัยแต่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรไทย" ในทะเบียนราษฎรไทยก่อน กล่าวคือ ทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘ ก. ในระหว่างที่ยังพิสูจน์สิทธิอาศัยไม่ได้ โดยเรียกบุคคลดังกล่าวว่า "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน"  และออกบัตรประจำตัวเพื่อการพิสูจน์ตนต่อสาธารณะ
  5. แต่เพื่อมิให้มีการใช้ระเบียบนี้ในลักษณะที่กว้างขวางและไม่รัดกุม ระเบียบจึงระบุชัดว่า คนที่ไม่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทยจึงไม่อาจจะเข้าสู่การบันทึกในทะเบียนราษฎรในสถานะ "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน" โดยระเบียบนี้เรียกบุคคลที่ไม่มีสิทธิอาศัยนี้ว่า "คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายที่ไม่อยู่ในความควบคุมของทางราชการ หรือรัฐไม่มีนโยบายผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ"
  6. "คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายที่ไม่อยู่ในความควบคุมของทางราชการ" ก็คือ คนที่เข้าเมืองโดยมิได้รับอนุญาต จึงเป็นการเข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเหตุอันควรที่จะอาศัยอยู่ในไทย ก็ต้องส่งออกนอกประเทศไทย ซึ่งการกระทำอย่างนี้ของรัฐ ก็เป็นทางปฏิบัติปกติของนานาอารยประเทศ แต่หากรัฐฟังได้ว่า คนที่เข้าเมืองผิดกฎหมายหนีภัยความตายจากประเทศต้นทาง ยกตัวอย่าง คนจากพม่าในค่ายผู้ลี้ภัย ๙ ค่ายตามแนวชายแดน อย่างนี้ แม้เข้าเมืองผิดกฎหมาย รัฐไทยก็อาจยอมรับบุคคลดังกล่าวให้อาศัยและควบคุมตัวไว้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเพื่อรอการส่งกลับเมื่อปลอดภัยที่จะกลับ ในสถานการณ์นี้ ระเบียบ ๒๕๔๘ นี้ก็ให้อำนาจกรมการปกครองที่จะสำรวจและบันทึกใน ท.ร.๓๘ ก ได้ 
  7.  "คนต่างด้าวที่รัฐไม่มีนโยบายผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ" คำแบบนี้ก็เป็นปกติประเพณีของรัฐไทยที่จะยอมรับให้คนต่างด้าวที่ยังไม่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยยังคงอาศัยอยู่ในประเทศไทย อาทิ คนต่างด้าวที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่หนีภัยความตายมานานแล้ว อาจกลับประเทศต้นทางได้ เนื่องจากไม่มีภัยความตายในประเทศต้นทางแล้ว แต่เนื่องจากคนต่างด้าวดังกล่าวได้มีความกลมกลืนทางสังคมและวัฒนธรรมกับสังคมไทยแล้ว ดังนั้น หากรัฐไทยมีนโยบายผ่อนผันให้อาศัย กรมการปกครองก็อาจใช้ระเบียบนี้ในการบันทึกใน ท.ร.๓๘ ก ในระหว่างการจัดการสิทธิของบุคคลในขั้นตอนต่อไป
  8. สรุป ระเบียบนี้มุ่งที่จะขจัดปัญหาความไร้รัฐของมนุษย์ที่ปรากฏตัวบนแผ่นดินไทย  คนใน ท.ร.๓๘ ก. ก็ถือเป็น "คนมีรัฐไทยเป็นเจ้าของตัวบุคคล (Personal State)" มิใช่คนไร้รัฐอีกต่อไป อาทิ น้องหม่อง ทองดี ก็คือ คนใน ท.ร.๓๘ ก ซึ่งการจัดการสิทธิในขั้นตอนต่อไป ก็อาจเกิดขึ้นโดยรัฐที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับน้องหม่อง อันได้แก่ (๑) รัฐไทยซึ่งเป็นรัฐเจ้าของดินแดนที่เกิดของน้องหม่อง หรือ (๒) รัฐพม่าซึ่งเป็นรัฐเจ้าของดินแดนที่เกิดของบิดาละมารดาของน้องหม่อง