คุณศุภรักษ์ครับ จริงอย่างยิ่งที่เราพูดกันจนเฝือ และเอียน (และอาจจะจบด้วยอ้วกในท้ายที่สุด)
ผมเดาว่านี่คือวัฒนธรรมการเรียนรู้ของบ้านเราที่นิยมฉวยคำที่มีความหมายเชิงวิชาการมาใช้ อย่างหมดความหมายทางวิชาการ เหลือเพียงแค่การเล่นคำให้ตัวเองดูเท่ห์เท่านั้นเอง เช่น เอะอะก็อ้างองค์รวม อ้างการมีส่วนร่วม ใช้กันเรื่อยเื่ปื่อย ทุกวันนี้ถึงมาฮิต humanized กันอยู่นี่ไง
หรือพอไปเห็นศาสตร์ทางสังคมหรือทางมานุษยวิทยาเข้า เอ๊ะ....ดูแปลกดูเท่ห์จังเลย....เอาอีก จะเป็นนักมานุษยวิทยา จะวาทกรรม มายาคติ สัญญะ อัตลักษณ์กันใหญ่....ทั้ง ๆ ที่ หากมาซักไซ้ไล่เลียงกันจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้ไม่ได้เข้าใจอะไร เคยได้ยินมาว่า
อาจารย์สุริยา สมุทคุปติ์ นักมานุษยวิทยาอาวุโสยังแทบไม่ค่อยเรียกตนเองว่านักมานุษยวิทยาเลยครับ อาจารย์มักจะบอกว่าแกเป็น "นักเรียนมานุษยวิทยา" ต่างหาก เมื่อเราถ่อมตัวว่าไม่รู้เราจะรู้มากขึ้นจริงไหมครับ
แต่ด้วยวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบยังไม่รู้ก็คิดว่ารู้แล้ว จึงยากที่เราจะใช้ความรู้ทางวิชาการเพื่อก้าวไปข้างหน้า เพราะเห็นแค่แป๊บ ๆ ฟังแค่ผ่าน ๆ เราก็บอกว่าเรารู้เราเข้าใจแล้วไปเสียนี่....
ส่วนที่คุณศุภรักษ์ humanized health care คืออะไรนั้น จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจชัด ๆ เท่าไรเลยครับ ยอมรับว่าสติปัญญาไม่ถึง ก็ได้แต่ลองเขียนบทความกิ๊กก๊อกออกมาดู ก็กลุ่มบทความยาว ๆ ที่ตั้งชื่อว่า "ทันตแพทยศาสตร์ที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์" นี่แหละครับ ที่เขียนบทความนี้ออกมาก็ไม่ใช่ว่าเพราะรู้ดีอะไรหรอกนะครับ แต่เขียนเพื่อทบทวนความคิดตนเอง อย่างที่เขียนเอาไว้ไงครับว่า ข้อเขียนต่อเนื่องชิ้นนี้เป็น ความพยายามของผู้เขียนในการทดลองขบคิด เท่านั้นเอง พอเขียนเสร็จก็มารู้ตัวว่า...อ้าว....ก็ยังไม่รู้อยู่เหมือนเดิมนี่หว่าว่า humanized health care มันหมายถึงอะไรกันแน่
ถ้าคุณศุภรักษ์เข้าใจ และมีเวลารบกวนอธิบายให้ฟังพอเป็นวิทยาทานจะเป็นพระคุณครับ