เคยมีประสบการณ์ตอนระหว่างรอป๋า(พ่อบุญธรรม)เสียชีวิต...ป๋าพยายามอดทนรอให้ญาติทุกคนมาเยี่ยมป๋าจนครบและผ่านช่วงพิจารณาโบนัส(เพื่อลูกหลานจะได้มีเงินจากการตายของป๋าเพิ่ม)..ทุกวันเป็นเวลานานกว่ายี่สิบวันที่หลังเลิกงานSeangjaจะรีบนั่งรถมาเฝ้าและสวดมนต์ขอพรคุ้มครองให้ป๋าทุกวัน..แม้อยากมีปาฏิหารย์ให้ป๋าฟื้นตื่นมาคุยอะไรสักคำก่อนจากไปแต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้..สมองป๋าตายไปนานแล้วมีแต่หัวใจที่ยังแข็งแรงอยู่..เมื่อถึงวันหนึ่งป๋าก็จากไปเรารู้ว่าป๋าพยายามอย่างที่สุดแล้ววันเวลาที่จากไปเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำงานมีประชุมสำคัญ.ตั้งสติอดทนจนงานเสร็จ.บอกกับพี่ๆที่ทำงานว่าขอลาหยุดสามวันจะไปจัดการงานศพญาติ..ในวันเผาติดราชการสำคัญต้องมาทำงานต่อ..รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่จนครบกระบวนการ..ความค้างใจเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งแต่จะค่ามากหรือน้อยแต่ละคนแตกต่างกัน..เพราะรู้ซึ้งถึงความค้างใจจึงไม่อยากให้ใครต้องมาค้างใจเมื่อญาติ/ผู้ใกล้ชิดสูญเสียแบบที่ตัวเองเคยมีมา