กลับมาที่บันทึกนี้ก่อนทานอาหารเที่ยงครับ

ผมคงเดาใจคุณคนไม่มีรากถูกเภง..

ต้องขอบคุณ ที่มาของภาพนี้ด้วยครับ

 kitiyaporn.wordpress.com/.../

ภาพที่เห็นใช้ประกอบ นิทานโรแมนติด เรื่องนี้ ครับ

 

กระต่ายน้อยกับเงาจันทร์

มีนิทานปรัมปราเรื่องหนึ่ง

เกี่ยวกับกระต่ายน้อยที่หลงรักพระจันทร์

ในสมัยโบราณพระจันทร์ไม่ได้มีสีเหลืองอ่อนและอยู่ห่างไกลจากโลกอย่างเช่นทุกวันนี้

แต่พระจันทร์มีสีชมพูอ่อนๆและแสงของพระจันทร์ก็ช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวในเวลาค่ำคืนสัตว์น้อยใหญ่มักชอบมาอาบแสงจันทร์และพูดคุยกับพระจันทร์   มันเป็นช่วงเวลาของอดีตกาลที่แสนสงบสุข

มีกระต่ายน้อยตัวหนึ่ง

เธอหลงรักพระจันทร์

แต่เธอไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้พระจันทร์

เธอกลัวว่าพระจันทร์จะไม่ชอบเธอ

กระต่ายน้อยแอบมองพระจันทร์พูดคุยกับสัตว์อื่นๆทุกคืน ทุกคืน

เธออิจฉาสัตว์เหล่านั้นที่ได้ใกล้ชิดพระจันทร์ที่แสนสวย

อีกทั้งได้รับความอบอุ่นจากพระจันทร์

กระต่ายน้อยแอบอิจฉาในใจ

ไม่อยากให้ใครได้พูดคุยกับพระจันทร์

ไม่อยากให้ใครได้รับแสงสีชมพูอ่อนๆที่แสนจะอบอุ่นจากพระจันทร์

เธอจึงวางแผน

ในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์สาดแสง

พระจันทร์ออกท่องเที่ยวไปยังดินแดนส่วนอื่นของโลก

กระต่ายน้อยออกไปบอกสัตว์น้อยใหญ่ในป่า

ว่าคืนนี้จะมีอุกกาบาตนับพัน

ตกลงมาจากฟากฟ้า

ขอให้พี่น้องสัตว์ป่าหลบภัยยังสถานที่ปลอดภัย

อย่าได้ออกมาข้างนอกในคืนนี้

ราตรีล่วงเข้ามา

ไม่มีสัตว์ใดๆเลยออกมารับแสงจันทร์ในคืนนี้

พระจันทร์แปลกใจมาก

ได้แต่เรียกหาสัตว์ต่างๆที่คุ้นเคย

แต่กลับปรากฏร่างของกระต่ายตัวเล็กๆที่ไม่คุ้นตา

“สวัสดีกระต่ายน้อย”

“สวัสดีค่ะคุณพระจันทร์”

“เธอรู้ไหมว่าสัตว์ทั้งหลายไปไหน”

“สัตว์ทั้งหลายให้ข้าเป็นตัวแทนมาบอกท่านว่าพวกเขาเบื่อท่านแล้ว ไม่ชอบท่านแล้ว”

“จริงหรือ?”

“แต่ข้ารักท่านนะ ท่านพระจันทร์ที่แสนสวยงาม ข้ารักแสงสีชมพูอ่อนๆที่แสนอบอุ่นของท่าน แม้ว่าคนอื่นๆจะไม่รักท่านก็ตาม”

“กระต่ายน้อยอย่าปลอบใจข้าเลย”

“ข้ารักท่าน ขอติดตามท่านไปได้หรือไม่”

“กระต่ายน้อย เจ้าคงไม่ได้รักข้าหรอก ข้าเป็นแค่วัตถุกลมโตที่ส่องแสงแห่งความอบอุ่นเท่านั้น ข้าไม่ได้พิเศษอะไรเลย และมาตอนนี้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่ต้องการข้า ไม่อยากพูดคุยกับข้าแล้ว ข้าเสียใจเหลือเกิน”

“…..แต่ข้าต้องการท่านน..”

ก่อนสิ้นเสียงของกระต่ายน้อย

พระจันทร์ที่แสนเสียใจ ที่ทุกคนทิ้งเธอไป

ค่อยๆหรี่แสงลงไป

แล้วแสงของเธอค่อยๆซีดลง ซีดลง

พร้อมกันนั้นร่างของเธอค่อยๆลอยขึ้น

หระจันทร์ไม่ทันได้ฟังแม้แต่คำรำพันของกระต่ายน้อย

เธอค่อยๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า

โดยมีมวลหมู่เมฆที่อยู่เบื้องบนค่อยๆโอบรับพระจันทร์เอาไว้

“ท่านพระจันทร์ ข้าขอโทษ”

แต่มันสายไปแล้วล่ะ กระต่ายน้อย

ตั้งแต่นั้นมาทุกค่ำคืน กระต่ายน้อยได้แต่นั่งริมลำธาร

เฝ้ามองเงาของตัวเองเคียงคู่พระจันทร์

เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง

พระจันทร์จะกลับลงมาหาเธอ

ซักวันหนึ่ง พระจันทร์จะกลับมาอยู่ใกล้ๆเธอ

ซักวันหนึ่ง เธอจะได้รับแสงสีชมพูอ่อนๆที่แสนอบอุ่น  เธอนั่งเฝ้ามองเงาบนผืนน้ำนั้น

พร้อมกับเงาที่สะท้อนหยดน้ำตาในนัยน์ตาเธอ

นานเนิ่นนาน..

คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก

แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อรักเรา

บางทีเราก็ใช้คำว่ารักเป็นข้ออ้างในการแสดงความเห็นแก่ตัว

------------------------------

ได้ข้อคิดดีนะครับ

ขอบพระคุณ ครับ