เรียนอ.หมอวิจารณ์ที่เคารพรัก  สิ่งที่กล่าวมาเรื่องมนต์ขาวมนต์ดำ  ดูแล้วคล้ายๆเป็นตัวเหตุ  แต่ถ้าเราไล่วิเคราะห์ดูให้ดี ตรงไปตรงมา ผมว่ามันเป็นตัวผลนะครับ ไม่ใช่ตัวเหตุ ตรงนี้ถ้าจับประเด็นผิดหรือจะกล่าวอีกทางหนึ่งว่า"ถ้าไม่สามารถกำหนดรู้ตัวปัญหาได้อย่างถูกต้อง" ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาก็ไม่เกิดผล (ดังที่อาจารย์กล่าวยืนยันเองในย่อหน้าแรก)  ทั้งนี้สิ่งที่เรียกกล่าวว่ามนต์ต่างๆ จริงๆแล้วเป็นการกระทำของบุคคลที่(เป็นผล)มาจาก(เหตุ)นั่นคือความอยากหรือความต้องการ  นั่นคือความอยากเป็นเหตุ แล้วเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดผลเป็นการกระทำ(มนต์ดำขาว)  ความอยากที่เกิดลึกในระดับจิตใจนี้จะถูกกำกับด้วย"เจตนา" ซึ่งการทำความเข้าใจกับตัว "ความอยาก" ซึ่งฟังดูเหมือนเรื่องกล้วยๆนี้ให้ถูกต้องเป็นเบื้องต้นเท่านั้น เราจึงจะเริ่มเดินถูกทาง และวิธีลัดของการเรียนรู้ในเบื้องต้นเรื่อง "ความอยาก"นี้ได้มีอยู่ในblogของอาจารย์ที่ http://gotoknow.org/blog/council/301763 ซึ่งเป็นธรรมกถาเรื่อง "ปรัชญาการอุดมศึกษาไทย" ของท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตโต)  ผมขอยกตัดตอนมาสั้นๆเป็นตัวอย่างดังนี้ "ถ้ามนุษย์มีความต้องการแบบเดียว ต้องการเสพ ต้องการบริโภค ต้องการได้ ต้องการเอาก็ต้องให้เป็นอย่างนั้น สนองความต้องการอย่างนั้นแล้วก็มีความสุข ถ้าไม่ได้สนองความต้องการก็เป็นความทุกข์ แต่ถ้าเราพัฒนาความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาให้ถูกทางเขาก็จะมีความสุขในนิมิใหม่ อันนี้เป็นหลักธรรมดาเลยที่มี มนุษย์ แต่บางทีเพราะต้องการพัฒนา แม้แต่การศึกษาที่พูดได้ว่าผิดคือ ไปเน้นเรื่องสนองความต้องการที่ผิดด้านเดียวก็เลยกลบบังความต้องการที่ดีงามที่พระบอกไว้ว่าความต้องการของมนุษย์มี 2 ด้าน คือ ความต้องการที่เป็นอกุศล ที่ไม่ดีกับความต้องการที่เป็นกุศล คือ เราอยากได้อะไรมาเพื่อเสพบริโภคนี้ก็ด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งก็คือความต้องการให้มันดี และมีความต้องการทำให้มันดีอันนี้เราจะเติมก็ได้คือ ให้มันดีของมันคือความต้องการทำให้มันดีของมัน ทำอย่างไร" ถ้าได้อ่านทั้งหมดอย่างตั้งใจ จะพบว่าท่านได้ชี้ทางเดินที่ถูกต้องถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ / เคารพและนับถือ ดำรง    

ถ้ามนุษย์มีความต้องการแบบเดียว ต้องการเสพ ต้องการบริโภค ต้องการได้ ต้องการเอา"

 

ก็ต้องให้เป็นอย่างนั้น สนองความต้องการอย่างนั้นแล้วก็มีความสุข ถ้าไม่ได้สนองความต้องการก็
เป็นความทุกข์ แต่ถ้าเราพัฒนาความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาให้ถูกทางเขาก็จะมีความสุขในนิมิต
ใหม่ อันนี้เป็นหลักธรรมดาเลยที่มี มนุษย์ แต่บางทีเพราะต้องการพัฒนา แม้แต่การศึกษาที่พูดได้ว่า
ผิดคือ ไปเน้นเรื่องสนองความต้องการที่ผิดด้านเดียวก็เลยกลบบังความต้องการที่ดีงามที่พระบอก
ไว้ว่าความต้องการของมนุษย์มี 2 ด้าน คือ ความต้องการที่เป็นอกุศล ที่ไม่ดีกับความต้องการที่เป็น
กุศล คือ เราอยากได้อะไรมาเพื่อเสพบริโภคนี้ก็ด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งก็คือความต้องการให้
มันดี และมีความต้องการทำให้มันดีอันนี้เราจะเติมก็ได้คือ ให้มันดีของมันคือความต้องการทำให้
มันดีของมัน ทำอย่างไรถ้ามนุษย์มีความต้องการแบบเดียว ต้องการเสพ ต้องการบริโภค ต้องการได้ ต้องการเอาก็ต้องให้เป็นอย่างนั้น สนองความต้องการอย่างนั้นแล้วก็มีความสุข ถ้าไม่ได้สนองความต้องการก็เป็นความทุกข์ แต่ถ้าเราพัฒนาความต้องการของมนุษย์ขึ้นมาให้ถูกทางเขาก็จะมีความสุขในนิมิตใหม่ อันนี้เป็นหลักธรรมดาเลยที่มี มนุษย์ แต่บางทีเพราะต้องการพัฒนา แม้แต่การศึกษาที่พูดได้ว่าผิดคือ ไปเน้นเรื่องสนองความต้องการที่ผิดด้านเดียวก็เลยกลบบังความต้องการที่ดีงามที่พระบอกไว้ว่าความต้องการของมนุษย์มี 2 ด้าน คือ ความต้องการที่เป็นอกุศล ที่ไม่ดีกับความต้องการที่เป็นกุศล คือ เราอยากได้อะไรมาเพื่อเสพบริโภคนี้ก็ด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งก็คือความต้องการให้มันดี และมีความต้องการทำให้มันดีอันนี้เราจะเติมก็ได้คือ ให้มันดีของมันคือความต้องการทำให้มันดีของมัน ทำอย่างไร " / ด้วยความเคารพและนับถือ ดำรง