สวัสดีครับคุณช้างน้อย

๑. การทำหนังสือเป็นการได้เห็นภาพสะท้อนหลายอย่างของทีมที่ทำน่ะครับ คงจะเวลาทำที่จำกัดมากทีเดียว แต่ก็ทำออกมาได้ดีครับ ทำให้เห็นศักยภาพหลายอย่างของทีมที่ผสมผสานแล้วสะท้อนลงในความเป็นทั้งหมดของหนังสือ เลยอิ่มใจครับ

อิ่มใจในฝีมือของทีมทำคลอดน่ะ ดูเผินๆแล้วก็มีหลุดและขาดความพิถีพิถันอยู่บ้าง แต่เมื่อดูภายใต้ความยุ่งยากของการดึงข้อมูลเพื่อนำมาจัดใหม่และระยะเวลาอันจำกัดมากแล้ว ก็นับว่าเยี่ยมและเห็นพลังของความทุ่มเทใจทำครับ

๒. การปาฐกถาพิเศษของท่าน ว.วชิรเมธี เนื่องในงานรำลึก ๕๐ ปีมรณกรรมอาจารย์กรุณา กุศลาสัยนั้น เป็นปาฐกถาที่กล่าวถึงชีวประวัติบุคลและการเรียนรู้บทเรียนจากชีวิต ที่เป็นการแสดงคารวาลัยต่อชีวิตอันสูงส่งของบุคคลที่หมดจรด ลึงซึ้ง แยบคาย และเชื่อมโยงไปสู่พรมแดนความเข้าใจสังคมและสิ่งต่างๆอย่างกว้างขวาง ผมได้ปัญญาและประทับใจมากอย่างยิ่งเช่นกันครับ

๓. เมื่อมองชนบทและการดำเนินชีวิตของผู้คน ผ่านวิถีประชาศึกษาและ Life-long Learning แล้ว ก็จะทำให้สามารถเห็นวิถีแห่งการเรียนรู้ที่ผสมผสานอยู่กับการทำมาหากินและการดำเนินชีวิตได้อย่างแจ่มชัดมากขึ้น รวมทั้งรู้จักสิ่งที่เป็นความรู้แบบ Tacit Knowlegde และการเรียนรู้ที่อยู่กับความเป็นชุมชน ที่ให้ทั้งความเติบโต งอกงาม ริ่นรมย์ในชีวิต และยกระดับการพัฒนาผู้คนในหลายด้าน

พอมองในแง่นี้ แล้วก็นำมาถ่ายทอดและนำเสนอในอีกแบบหนึ่ง นอกจากจะเห็น ความสัมปายะ ต่อความงามแห่งชีวิตผู้ตนแล้ว ก็จะทำให้ทั้งคนจากชนบทเองและคนเมืองได้เห็นอีกหลายอย่างที่มีอยู่ในชนบท ไม่ใช่มีแต่ปัญหาและสิ่งที่ดูขาดไปหมดจนสังคมมุ่งแต่ทะยานไปข้างหน้าและละทิ้งหลายอย่างที่เป็นสิ่งดีๆของตนเองไปมากมาย ก็เลยชอบพูดและย้ำเมื่อมีโอกาสเสมอครับ คุณช้างน้อยจับประเด็นนี้ได้ดีนะครับ

การพัฒนาการเรียนรู้ในวิถีประชาศึกษา และ Life-long Learning ในแง่มุมนี้ จึงเป็นการศึกษาของประชาชน พลเมือง และของชุมชน ที่ผมคิดว่าจะมีความสำคัญทั้งต่อการพัฒนาสุขภาวะสังคมที่ดี มากนะครับ

๔. ย่างมากก็ให้เขาว่าเราโง่ (แต่ขอให้งาน องค์กร และสังคม สามารถเดินไปข้างหน้า) เป็นหลักปฏิบัติที่ผมถือเอาแบบครูพักลักจำมาจากท่านพุทธทาสภิกขุครับ ท่านพุทธทาสท่านต้องดูหนังสือและบางทีก็เห็นการเขียนจดหมายติดต่องานของคนอื่นที่ผิดๆถูกๆ แต่เมื่อดูแล้ว หากไม่ใช่ตัวงานและไม่ใช่สาระสำคัญที่จะกระทบต่อสิ่งที่เป็นความต้องการหลักของงานนั้น ท่านก็จะลงนามและไม่พูดออกปากตำหนิให้ผู้ที่ทำกระทบกระเทือนจิตใจ

บางครั้งท่านก็แก้ไขด้วยมือแล้วนำไปใช้เลย ไม่ต้องให้เสียกระดาษและกำลังคนเพิ่ม ท่านยอมให้งานเดินหน้าไปยังจุดหมายก่อน และให้ผู้ปฏิบัติได้ความเชื่อมัม่นที่จะเติบโต มากกว่าจะสิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรเพิ่มเพียงเพื่อให้ตนเองดูแล้วมีความถูกต้องในเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่งานสำคัญเสีย

อันที่จริงเรื่องนี้ผมได้แก่ตนเองในแง่ได้ฝึกข่มใจ และเรียนรู้โลกรอบข้างไปในตัว เพราะหลายเรื่องไม่ใช่ความบกพร่องเล็กๆน้อย แต่บางที ผมสังเกตเห็นว่าเป็นการลองใส่เป็น Treatment เข้ามาด้วยซ้ำ ไม่ใช่ความบังเอิญผิดพลาดซึ่งเกิดขึ้นได้อย่างปรกติของคน อีกทั้งไม่ใช่เพียงแค่การลองภูมิธรรมดาๆ แต่เป็นการใส่เป็น Treatment อย่างมีวัตถุประสงค์ของการทำด้วย ซึ่งนอกจากต้องถือธรรมะเข้าข่มว่าอย่างมากก็ให้เขาว่าเราโง่แล้ว ยังต้องเรียนรู้เพื่อสู้กับความโกรธอย่างมากมายของตนเอง จนได้ความแน่ใจมากพอสมควรว่า เราสามารถรู้จักตนเองและจัดการกับตนเองได้ดีพอสมควร เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่ก็ได้การเรียนรู้ที่ไม่ได้คาดหมายมาก่อนหลายเรื่องครับ

๕. จะได้พากันกลับบ้านถูก ....ชอบจังเลยครับที่คุณช้างน้อยเห็นประเด็นนี้ ผมและคนจากชนบทเป็นจำนวนไม่น้อย ตระหนักในวิถีวิชาการของตนเองดีว่า แทนที่จะไหลลู่ไปข้างบนสู่ยอดปิรามิดของสังคมเพื่อมุ่งสู่การเสริมกำลังแข่งขันไปข้างหน้าของกระแสหลักซึ่งดีมากแล้วอย่างเดียวนั้น เราควรมุ่งหันกลับลงสู่ฐานสังคม เชื่อมโยงกับผู้คนส่วนใหญ่อันเป็นภาคที่เราจากมาอันได้แก่ชนบทซึ่งเขาเสียกำลังคนที่ติดอยู่กับตัวลูกหลาน  การมุ่งในวิถีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมก็คิดว่าเป็นลูกบ้านนอกที่คุ้นเคยที่จะอดทนและทำได้ อีกทั้งควรจะทำ คิดว่าเป็นอีกแนวหนึ่งที่ช่วยเชิดชูสปิริตจากภาควิชาการของสังคมด้วยซ้ำนะครับ

ชอบการสนทนาของคุณช้างน้อยนะครับ อ่านเพลินและได้หลายอรรถรส เอาอีก-เอาอีก