ผมก็ไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ แต่คิดว่าน่าสนใจดี

ผมคิดว่าการกำหนดเขตอำนาจศาลในการพิจารณาคดีของประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะอิงกับการปรากฏตัวทางกายภาพของจำเลยในสถานที่นั้น หรือมูลคดีเกิดขึ้นในสถานที่นั้น ซึ่งหากเป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับ cyberspace ก็ดูดี แต่พอปัญหาเกี่ยวข้องกับ cyberspace จะมีปัญหาคือ ตัวจำเลยอาจไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลที่จะพิจารณาเพราะทำการอยู่นอกประเทศ แต่ความเสียหายกลับมาเกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ตัวจำเลยเองก็ไม่ได้คาดหวังเลยว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นในประเทศไทย (เช่น ทำ web site ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายไทย) จริงอยู่ว่าศาลไทยอาจตีความได้ว่าการเกิดความเสียหายในประเทศไทยถือได้ว่ามูลคดีเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ถามจริง ๆ ว่ามันเป็นธรรมแก่จำเลยหรือเปล่าที่เจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย กลับต้องอยู่ภายใต้การดำเนินคดีในศาลไทย

ปัญหานี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาแล้ว โดยเค้าจะพิจารณาในการพิจารณาว่าศาลมีอำนาจเหนือคดีหรือไม่โดยอาศัยหลักการจาก หลัก Due process of law จำเลยจะถูกดำเนินคดีในรัฐอื่นที่ตนไม่มีภูมิลำเนาได้ก็ต่อเมื่อจำเลยมีการกระทำอันเป็น systematic and continuous contact กับรัฐดังกล่าว หรืออีกกรณีคือได้กระทำการอันคาดหมายได้ว่าจะอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลนั้น กล่าวคือ จำเลยต้องมี minimum contact กับรัฐที่พิจารณานั้น ซึ่งแนวทางของสหรัฐอเมริกา ผมคิดว่าก็เป็นธรรมแก่จำเลยพอสมควร เพราะผมคิดว่า การดำเนินคดีกับจำเลย ไม่ควรคิดแต่จะนำตัวเขามาดำเนินคดีให้ได้ แต่ต้องกระทำโดยให้ความเป็นธรรมแก่เขา ซึ่งเท่ากับต้องให้โอกาสเขาในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ได้ ซึ่งการที่จำเลยจะมีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ได้ เขาต้องมีการกระทำบางอย่างที่คาดหมายได้ว่าอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลประเทศเรา

แต่การจะใช้รูปแบบของสหรัฐอเมริกามาปรับใช้กับประเทศเราก็คงนำมาสู่ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ แนวทางของเขาต้องพิจารณา contact ของจำเลยเป็นรายกรณี ซึ่งเราอาจมีปัญหาในการตีความได้

ผมรู้แค่นี้ครับ