เราทุกรูปนามต่างก็มีความเลวไม่มากก็น้อย

หากยอมรับความจริงข้อนี้ได้ 

เราก็จะชื่นชมได้จริงๆเมื่อเห็นข้อดีของเขา

 

มุมมองที่ 1 : ถ้าจิตเดิมของทุกคนเปรียบเสมือนดวงตะวัน แต่ละชีวิตก็จะถูกทั้งเมฆดำและเมฆขาวเข้ามาบดบัง

ยกตัวอย่างเช่น
ผมมีพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง เพิ่นเป็นลูกทหารที่พ่อมีเมียหลายคน
และพ่อได้แยกทางกับแม่จริง ๆ ของเพิ่น
เพิ่นจึงได้ไปอยู่กับแม่เลี้ยงที่เป็นครอบครัวใหม่ของพ่อ
และก็มีพี่น้องต่างแม่กันจำนวนหนึ่ง
ถ้าเรามองผิวเผิน เราจะไม่รู้สึกอะไร
แต่ถ้าเราเป็นเขาล่ะ ดวงตะวันแห่งชีวิตดวงนั้น คงได้รับห่าฝนแห่งเมฆสีดำ
ที่ไม่ได้เลือก หรือ เลือกไม่ได้

มันถึงส่งผลต่อชีวิตของพี่เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยากที่จะลบ หรือปัดเป่าเมฆสีดำที่บดบังแสงตะวันแห่งจิตใจนั้นออกไปได้

เป็นเหตุให้พี่เขาชอบจะอยู่คนเดียว เพื่อนทิ้ง ไม่มีเพื่อน
ถึงแม้วันเวลา หน้าที่การงาน ตอนหลังจะช่วยโอบอุ้มเป็นเสมือนเมฆสีขาว
แต่ลึกเข้าไปแล้วห่าฝนเมฆสีดำ ยังคง...

ตอนที่ผมซื้อโทรศัพท์ใหม่ พี่เขาขอดูผมเห็นพี่แกกดไม่ยั้งเพื่อทดสอบว่ามันทนทานแค่ไหน แต่กว่าพี่เขาจะมีสติระลึกได้ ก็หลายนาทีอยู่

ล่าสุดผมซื้อรถใหม่เป็นเกียร์ออโต้ พี่เขาก็ขอดูอีก
ก็ทดสอบดึงเกียร์ขึ้นลงไปมาอย่างเมามันว่ามันทนทานเพียงใด
กว่าจะระลึกได้ก็หลายนาทีเหมือนกัน

แต่ส่วนดีของพี่เขานั้น ก็มีไม่น้อยกว่าส่วนดำที่เข้ามาครอบงำเลยนะขอรับ