เรียน ดร แสวง รวยสูงเนิน

มีคนแนะนำผมเมื่อครั้งขอเลื่อนกำหนดตำแหน่งโดยการส่งเอกสารครั้งแรกเริ่มให้มีการขอในกลุ่มครูประถมศึกษา

ประมาณ 2538 เขาบอกว่า งานผู้อำนวยการมีไม่มากหรอกแค่ 3 อย่าง คือ ตัดหญ้า ทาสี มีแฟ้ม

ช่วงนั้นประเมิน ผอ.คุณภาพ ประเมินผลงานหนึ่งวันก็ถามหาร่องรอยการทำงานเพื่อตอบคำถามผู้ประเมินที่ตรวจงานตามกรอบการประเมิน(ที่ผ่านมาเอกสารคือปัจจัยหลัก มหาวิทยาลัยจะเป็นเอกสาร ตำรา งานวิจัย โรงเรียนจะเน้นนวัตกรรมจากการสอนไปถึงงานวิจัยที่ครูไม่ถนัด ที่มาจึงเป็นเหมื่อนที่ท่านวิเคราะห์ครับ อาจจะจริงบ้าง เท็จบ้างก็ถือว่าเป็นกติกา )

เมื่อได้รับวิทยะฐานะแล้ว ก็มีคนที่เก่งเพิ่มขึ้นเพราะตระหนักในภารกิจว่าค่าตอบแทนที่สูงขึ้นพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง ส่วนที่เป็นแบบท่านว่าก็ถือว่าเขาหยุดเส้นทางการเติบโตและเอาเปรียบราชการ(ผลาญภาษีประชาชน) มันเป็นความโชคร้ายของเมืองไทย(ผมคิดมากไปไหม)

การประเมินใหม่เริ่มตุลาคมจะเน้นที่ผลงานผู้เรียนมาประกอบ ผมว่าน่าจะรับได้เพราะคุณภาพผู้เรียนถือว่าเป็นคุณภาพครู

แต่ก็ยังกังวลอยู่ที่ว่าเด็กที่อ่อนจะไม่ได้รับการเอาใจใส่ เพราะจะปั้นเด็กเก่งและมีโอกาสอยู่แล้ว(ผู้ปกครองพร้อมสนับสนุนที่บ้านอยู่แล้ว)เด็กมีปัญหาบ้านแตก ยากจน เด็กเรียนช้านี่แหละน่าห่วง ต่อไปเชื่อเถอะสอนเพื่อสอบ สอบเท่านั้น หลักสูตรจะเปลี่ยนร้อยครั้งก็จะยังเหมือนเดิม ผมคิดตามประสาคนทำงานในพื้นที่ ที่ไม่มีโอกาสเลือกเด็กเหมือนท่าน ที่คุ้นเคยกับระบบแพ้คัดออก ท่านพูดบ่อยๆอาจจะมีคนเปลี่ยนการศึกษาไทยแบบถอนรากถอนโคน